การใช้แนวคิด STEAM Education เพื่อพัฒนาทักษะจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาศิลปะสำหรับเด็กของนักศึกษาชั้นปีที่ 3

Main Article Content

สุปราณี ชมจุมจัง

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลการใช้แนวคิด STEAM Education เพื่อพัฒนาทักษะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาศิลปะสำหรับเด็กของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 2) ประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนรู้รายวิชาศิลปะสำหรับเด็กตามแนวคิด STEAM Education การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยใช้แบบแผนการทดลองกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังเรียน (One Group Pre-test Post-test Design) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาศิลปศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 16 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน จำนวน 20 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 และ 2) แบบสอบถามความพึงพอใจแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง 0.80–1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.70 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังการเรียนรู้ตามแนวคิด STEAM Education สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 8.75 (equation = 8.75, S.D. = 2.97) และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 16.28 (equation = 16.28, S.D. = 1.87) และ2) นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้รายวิชาศิลปะสำหรับเด็กตามแนวคิด STEAM Education โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (equation = 4.94, S.D. = 0.19)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชมจุมจัง ส. (2026). การใช้แนวคิด STEAM Education เพื่อพัฒนาทักษะจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาศิลปะสำหรับเด็กของนักศึกษาชั้นปีที่ 3. วารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์, 4(4), R7714. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/rabij/article/view/7714
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เดือนเพ็ญ ศักดิ์ศรีวัน และวิสูตร โพธิ์เงิน. (2563). การพัฒนากิจกรรมศิลปะ ตามแนวคิด STEAM ร่วมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมผลงานสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 12(2), 52-70.

ทิศนา แขมมณี และคณะ. (2535). หลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย (พิมพ์ครั้งที่ 2). โครงการเผยแพร่ผลงานวิจัย ฝ่ายวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มะลิฉัตร เอื้ออานันท์. (2543). การเรียนการสอนและประสบการณ์ด้านสุนทรียภาพและศิลปวิจารณ์. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วิรุณ ตั้งเจริญ. (2536). ทัศนศิลป์. โอเดียนสโตร์.

วิสูตร โพธิ์เงิน. (2560). STEAM ศิลปะเพื่อสะเต็มศึกษา: การพัฒนาการรับรู้ความสามารถและแรงบัลดาลใจให้เด็ก. วารสารครุศาสตร์, 45(1), 320-334

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). รายงานการวิจัยเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

สิริยา พันโสรี. (2546). การพัฒนาการแสดงออกของพื้นฐานทางศิลปะของเด็กปฐมวัยด้วยกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สุปราณี ชมจุมจัง. (2565). STEM to STEAM: นวัตกรรมการสอนทางศิลปศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 16(3), 7–22.

สุปราณี ชมจุมจัง. (2567). ศิลปะ: แนวคิดสตรีมศึกษาในทักษะศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 35(1), 1–10.

สุภาพรรณ วงศ์ศักดิ์ศิริกุล. (2565). การพัฒนากิจกรรมศิลปะบนฐานทางเลือกเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ศิลปะสำหรับเด็กอายุ 9–12 ปี [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD). https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi

?article=7643&context=chulaetd

เอกสิทธิ์ ชนินทรภูมิ, มาเรียม นิลพันธุ์, วิสูตร โพธิ์เงิน และอนิรุทธ์ สติมั่น. (2564). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิด STEAM เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี. Research and Development Journal Suan Sunandha Rajabhat University, 13(1), 246–265.

Yakman, G. (2008). STEAM education: An overview of creating a model of integrative education. In M. J. de Vries (Ed.), PATT-17 and PATT-19 proceedings (pp. 335–358). ITEEA.