การส่งเสริมการกล่อมเกลาทางการเมืองให้แก่ประชาชนของสถานีตำรวจภูธรร้องกวาง จังหวัดแพร่

Main Article Content

พิตตินันท์ คำศรีวาท

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการส่งเสริมการกล่อมเกลาทางการเมืองให้แก่ประชาชนของสถานีตำรวจภูธรร้องกวาง จังหวัดแพร่ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักสาราณียธรรม 6 กับการส่งเสริมการกล่อมเกลาทางการเมืองให้แก่ประชาชนของสถานีตำรวจภูธรร้องกวาง จังหวัดแพร่ และ 3) ศึกษาปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ หลังจากมีการการส่งเสริมการกล่อมเกลาทางการเมืองให้แก่ประชาชนของสถานีตำรวจภูธรร้องกวาง จังหวัดแพร่วิธีดำเนินการวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาล ตำบลร้องกวาง อำเภอร้องกวาง และอยู่ในเขตพื้นที่ดูแลของสถานีตำรวจภูธรร้องกวาง จังหวัดแพร่ ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป จำนวน 4,588 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างจากสูตรของทาโร่ ยามาเน่ ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 368 คน และการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 9 รูป/คน ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับการส่งเสริมการกล่อมเกลาทางการเมืองให้แก่ประชาชนของสถานีตำรวจภูธรร้องกวาง จังหวัดแพร่ได้แก่ สาราณียธรรม 6 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (gif.latex?\bar{X} = 4.52, S.D.=0.6) 2) ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสาราณียธรรม 6 กับการส่งเสริมการกล่อมเกลาทางการเมืองให้แก่ประชาชนของสถานีตำรวจภูธรร้องกวาง จังหวัดแพร่ โดยภาพรวมมีความสัมพันธ์กันเชิงบวกในระดับระดับปานกลาง (r=.598**) และ 3) ปัญหาและอุปสรรคการส่งเสริมการกล่อมเกลาทางการเมืองให้แก่ประชาชนของสถานีตำรวจภูธรร้องกวาง จังหวัดแพร่ พบว่า ระบบการทำงานของตำรวจยังไม่มีความยืดหยุ่นมากนักยังยึดตามคำสั่งและระเบียบมากเกินไป ประชาชนบางคนยังไม่เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองที่มีต่อการเมือง ประชาชนมีความคิดเห็นทางการเมืองที่มีรูปแบบแตกต่างกันทำให้การส่งเสริมการกล่อมเกลาทางการเมืองต้องมีการปรับเปลี่ยนไปแต่ละพื้นที่ ตำรวจบางนายยังขาดการกระบวนการส่งเสริมความคิดในการไตร่ตรองการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างเหมาะสม และประชาชนบางส่วนยังขาดความร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทางหน่วงงานของรัฐจัดขึ้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
คำศรีวาท พ. . (2023). การส่งเสริมการกล่อมเกลาทางการเมืองให้แก่ประชาชนของสถานีตำรวจภูธรร้องกวาง จังหวัดแพร่. วารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์, 1(4), R0954. https://doi.org/10.14456/journal-rabij.2023.32
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

พระครูวินัยธรอธิษฐ์ สุวฑฺโฒ (สุขพานิช). (2563). การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในจังหวัดเพชรบุรี.(วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระทรงวุฒิ ชาตเมธี (รัตนะ). (2563). การกล่อมเกลาทางการเมืองที่มีผลต่อการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของประชาชน ในเขตอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน. (วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระนิคม จนฺทธมฺโม (สุขเจริญ). (2562). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาการเมืองการปกครองตามแนวแห่งธรรมาธิปไตย ในเขตเทศบาลนครระยอง จังหวัดระยอง.(วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระมหาณรงค์ ธมฺมเมธี (ศรีพันลม). (2562). การมีส่วนร่วมของประชาชนกับการเลือกตั้งทั่วไปของชุมชนท่าเตียน กรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระอโณทัย กตปุญฺโญ และคณะ. (2563). การส่งเสริมจิตสำนึกการเมืองภาคพลเมืองเพื่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของประชาชน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 9(1), R101-R115.

สมเกียรติ สำลีพันธ์. (2560). แนวทางการประยุกต์หลักสาราณียธรรมเพื่อการจัดการความขัดแย้งระหว่าง การท่าเรือแห่งประเทศไทยกับพนักงาน. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 5 (ฉบับพิเศษ), 443-456.

สุขาวดี วังคำ. (2564). การส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองระบอบประชาธิปไตยในการเลือกตั้งของประชาชนตำบลเวียงทอง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่. (วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

อภิรัตน์ แก้วเจริญ. (2564). การส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตย ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านเชตวัน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่. (วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.