พลวัตความเป็นประชาธิปไตยในยุคดิจิทัล: ความท้าทายจากข่าวลวงต่อการตัดสินใจทางการเมือง
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มุ่งศึกษาพลวัตความเป็นประชาธิปไตยในยุคดิจิทัล: ความท้าทาย จากข่าวลวงต่อการตัดสินใจทางการเมือง โดยเน้นวิเคราะห์ผลกระทบของข่าวลวง และปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่มีต่อกระบวนการตัดสินใจทางการเมืองของประชาชน จากการศึกษา พบว่า แม้เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยเพิ่มพื้นที่การมีส่วนร่วมทางการเมืองและข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว แต่กลับถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบิดเบือนข้อเท็จจริงผ่านระบบอัลกอริทึมที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ห้องแห่งเสียงสะท้อนและภาวะฟองสบู่ตัวกรองซึ่งกลไกในการรับข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ส่งผลให้ประชาชนรับรู้เพียงข้อมูลเดิมของตนเองอย่างเดียว ปิดกั้นการแลกเปลี่ยนกลุ่มที่เห็นต่าง นำไปสู่การเมืองแบ่งขั้วอย่างสุดโต่ง ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารยังถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมืองเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันทางการเมืองและระบบการเลือกตั้ง โดยเปลี่ยนจากการตัดสินใจที่เกิดจากพื้นฐานของเหตุและผลไปสู่การขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และความเกลียดชัง สำหรับในบริบทของประเทศไทย พบว่ามีการใช้กองทัพไซเบอร์และบัญชีอวตารเพื่อสร้างกระแสและด้อยค่าฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ซึ่งบั่นทอนสิทธิเสรีภาพในโลกออนไลน์ แนวทางในการสร้างภูมิคุ้มกันประชาธิปไตยในยุคดิจิทัลผ่านการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล และการสื่อสารให้มีความโปร่งใส เพื่อปกป้องประชาธิปไตยและช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจทางการเมืองจากข้อมูลถูกต้อง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ฉัตรธสนัน สรรวงษ์ละคร และ เรืองวิทย์ วะรีวะราช. (2568). ความท้าทายของประชาธิปไตยในยุคดิจิทัล: บทบาทของโซเชียลมีเดียในการเลือกตั้ง และการสร้างความแตกแยกทางการเมือง), วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 12(3), 222-232.
อุเทณร์ วัชรชิโนรส. (2567). ความท้าทายของประชาธิปไตยในยุคดิจิทัล: การวิเคราะห์ผลกระทบของสื่อสังคม ออนไลน์ต่อกระบวนการทางการเมือง. วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์(ออนไลน์), 2(1), 40-53.
Bennett, W. L., & Livingston, S. (2018). The disinformation order: Disruptive communication and the decline of democratic institutions. European Journal of Communication, 33(2), 122–139.
Bennett, W. L., & Segerberg, A. (2012). The logic of connective action: Digital media and the personalization of contentious politics. Information, Communication & Society, 15(5), 739–768.
Boulianne, S. (2015). Social media use and participation: A meta-analysis of current research. Information, Communication & Society, 18(5), 524–538.
Festinger, L. (1957). A theory of cognitive dissonance. Stanford : Stanford University Press.
Habermas, J. (1989). The structural transformation of the public sphere. Cambridge : MIT Press.
Kanchanatanee, K. (2021). Social media and political participation in Thailand. Journal of MCU Social Science Review, 10(2), 270–283.
Kemp, S. (2023). Digital 2023: Global overview report. DataReportal. Retrieved from https://datareportal.com/reports/digital-2023-global-overview-report
Pariser, E. (2011). The filter bubble: What the Internet is hiding from you. New York : Penguin Press.
Rid, T. (2020). Active measures: The secret history of disinformation and political warfare. New York : Farrar, Straus and Giroux.
Sunstein, C. R. (2018). #Republic: Divided democracy in the age of social media. (New ed.). Princeton : Princeton University Press.
Wardle, C., & Derakhshan, H. (2017). Information disorder: Toward an interdisciplinary framework for research and policymaking. Strasbourg : Council of Europe.