วิกฤตการเกิดต่ำในไทย: ภาวะ “รัฐล้มเหลว” ในการสร้างหลักประกันความมั่นคงสำหรับบุตรหลาน และความท้าทายในการฟื้นฟูความชอบธรรมเชิงนโยบาย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์มุ่งวิเคราะห์วิกฤต และผลกระทบที่เกิดจากอัตราการเกิดของเด็กในประเทศไทยซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับวิกฤตต่ำสุดในรอบ 70 ปี การวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่ามูลเหตุสำคัญเกิดจากความล้มเหลวของการบริหารภาครัฐในการสร้างหลักประกันความมั่นคงที่ครอบคลุม ทั้งในด้านการจัดสรรสวัสดิการและสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เอื้อต่อการเลี้ยงดูบุตร แม้รัฐบาลจะดำเนินมาตรการอุดหนุนทางการเงิน เช่น เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาทต่อเดือน แต่พบว่ามาตรการดังกล่าวมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ เนื่องจากคิดเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของค่าใช้จ่ายจริงที่ครอบครัวต้องแบกรับ นอกเหนือจากต้นทุนทางการศึกษาและการแข่งขันทางสังคม กลุ่มประชากรวัยเจริญพันธุ์โดยเฉพาะชนชั้นกลางยังต้องเผชิญกับ ความเปราะบางทางการเงินจากภาระค่ารักษาพยาบาล จากโรคอุบัติใหม่และโรคตามฤดูกาลในเด็กซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักแสนบาทต่อครั้ง. ประกอบกับโครงสร้างผังเมืองในปัจจุบันที่เป็นอุปสรรคต่อคุณภาพชีวิต เพิ่มต้นทุนด้านเวลาและค่าเดินทาง ส่งผลให้กลุ่มคนรุ่นใหม่พิจารณาว่าการมีบุตรมี ต้นทุนค่าเสียโอกาส ที่สูงเกินกว่าสวัสดิการรัฐจะชดเชยได้ สภาวการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการตกอยู่ใน “สุญญากาศทางสวัสดิการ” ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นและนำไปสู่การปฏิเสธนโยบายส่งเสริมการมีบุตรโดยปริยาย บทความนี้จึงใช้กรอบแนวคิดความชอบธรรมเชิงนโยบายและรัฐสวัสดิการเสนอให้ภาครัฐเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น ผ่านการปรับกระบวนทัศน์จากการสงเคราะห์เฉพาะกลุ่มสู่ สวัสดิการเด็กถ้วนหน้า และการพัฒนา เมืองที่เป็นมิตรต่อครอบครัว เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและลดต้นทุนในชีวิตจริง อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของรัฐชาติในระยะยาว.
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กรมการปกครอง. (2568). สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร [Statistical data].เข้าถึงได้จากhttps://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMONTH/statmonth/#/displayData.
กรมกิจการเด็กและเยาวชน. (2568). แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2568. เข้าถึงได้จาก https://www.dcy.go.th/public/mainWeb/file_download/1734330447458-624503594.pdf
กานต์ธีรา ภูริวิกรัย. (2563). “ถ้าโลกวุ่นวายแบบนี้แล้วจะมีลูกไปทำไม?” : มองครอบครัวรุ่นใหม่ เมื่อ ‘ลูก’ ไม่ใช่คำตอบของคน Gen Y. เข้าถึงได้จาก https://kidforkids.org/gen-y-no-child/
จงจิตต์ ฤทธิรงค์. (2568). จำนวนเด็กไทยเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สวนทางนโยบายมีลูกเพื่อชาติ. เข้าถึงได้จาก https://www.theprachakorn.com/newsDetail.php?id=1002
เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา. (2567). ถอด 7 ประเด็นน่ารู้เรื่องการพัฒนาเมืองจากนโยบาย Car Free Day ที่ กทม. พยายามผลักดัน. เข้าถึงได้จาก https://urbancreature.co/car-free-bangkok
ทรงพล พุทธศิริ. (2567). แนวทางการจัดบริการคลินิกส่งเสริมการมีบุตร. นนทบุรี : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.
ไทยรัฐออนไลน์. (2565). ส่องค่ารักษาโรคฮิตหน้าฝน 2022 เพื่อวางแผนทำประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย 0-5 ปี. เข้าถึงได้จาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/mom-and-kids/2500767
นิด้าโพล. (2567). มีลูกกันเถอะน่า. เข้าถึงได้จาก https://nidapoll.nida.ac.th/survey_detail?survey_id=658
พีรดนย์ ภาคีเนตร. (2568). การล่มสลายของ ‘ชนชั้นกลาง’ : เมื่อการเป็นคนธรรมดา ไม่พอให้อยู่รอดในโลกที่ผิดปกติ. เข้าถึงได้จาก https://theactive.thaipbs.or.th/read/middle-class
วิจิตรบุษบา มารมย์. (2560). การประเมินองค์ความรู้ด้านเมืองยั่งยืนในประเทศไทย. นครปฐม: ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนิเวศวิทยาอุตสาหกรรม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
ศิริลักษณ์ อุทยารัตน์. (2567). มีลูก 1 คน ใช้เงินเท่าไหร่ ? สรุปค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์ ถึง 18 ปี. เข้าถึงได้จาก https://th.theasianparent.com/cost-to-raise-a-child
สมทิพ วัฒนพงษ์วานิช. (2567). สถานการณ์การทำงานของผู้สูงอายุไทย. เข้าถึงได้จาก https://www.econ.chula.ac.th/setsawana597613/
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: กลุ่มบริการและเผยแพร่ข้อมูลสถิติ กองสถิติพยากรณ์ สํานักงานสถิติแห่งชาติ.
สิงหนาท แสงสีหนาท. (2568). ดีต่อกายและใจในเมือง 15 นาที (Well-being and Health within 15-minute City). เข้าถึงได้จาก https://urbanally.org/en/article/Well-beingandHealthwithin15-minuteCity
สุนิษา มะลิวัลย์. (2567). ภาวะพึ่งพิงของผู้สูงอายุไทย ในอนาคตอีก 20 ปี : อนามัยพยากรณ์. เข้าถึงได้จาก https://hfd.anamai.moph.go.th/th/news-anamai-3/229198
อัจจิมา วัชราภรณ์. (2561). บทบาทด้านเศรษฐกิจของสตรีกับวิถีสังคมญี่ปุ่น….ในยุคปัจจุบัน. JSN Journal (วารสารญี่ปุ่นศึกษา), Special Edition, 166-191.
Office of Knowledge Management and Development. (2024). Breaking the limits of the low birth rate crisis and aging society: Opportunities and challenges at the local level [in Thai]. Retrieved from https://knowledgeportal.okmd.or.th/valuechain/67ea09c3aad67
Praewpan Sirilurt. (2023). สำรวจนโยบาย ‘ส่งเสริมการมีลูก’ ของแต่ละประเทศ สาเหตุใดสถิติเด็กเกิดใหม่น้อยลง. Retrieved from https://www.sdgmove.com/2023/11/08/fertility-rate-policy/
Sea Chonthicha. (2568). ลาคลอด 120 วัน สิทธิใหม่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่HR ต้องรู้. เข้าถึงได้จาก. https://byte-hr.com/th/blog/120-day-maternity-leave-guide.
Thai Health Promotion Foundation. (2025). สูงวัยโดยสมบูรณ์: สรุปสถานการณ์ผู้สูงวัยในปี 2567 และจะไปต่อกันอย่างไร. Section09 Thaihealth. Retrieved from. https://section09.thaihealth.or.th/2025/01/09/complete-aged-society/.
Thailand Policy Lab Team. (2022). ส่องนโยบายสุดฮิตจาก 5 ประเทศที่อยากให้คนมีลูกเท่าไรๆ ก็ไม่สำเร็จสักที.เข้าถึงได้จาก https://thailandpolicylab.com/failed-population-policies/
United Nations. (2024). World population prospects 2024. Retrieved from https://population.un.org/wpp/