การบริหารจัดการศาสนสมบัติของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักอิทธิบาทธรรม
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการศาสนสมบัติของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ 2) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหลักอิทธิบาทธรรมกับการบริหารจัดการศาสนสมบัติของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการบริหารจัดการศาสนสมบัติของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักอิทธิบาทธรรม มีรูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี ดำเนินการโดยการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรเป้าหมาย ได้แก่ ผู้เช่าที่ดิน อาคาร วัดร้างทั้งหมดในจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 190 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การวิจัยเชิงคุณภาพโดยสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 15 รูปหรือคน นำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการพรรณนา ผลการวิจัย พบว่า 1) การบริหารจัดการศาสนสมบัติกับหลักอิทธิบาทธรรม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน ค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านฉันทะ (ความพึงพอใจ) มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ( = 4.10, σ. = 0.30) รองลงมา ได้แก่ ด้านวิมังสา (การใคร่ครวญหาเหตุผลในการบริหารจัดการ) ( = 3.97, σ= 0.44) รองลงมา ได้แก่ ด้านวิริยะ (ความเพียรพยายาม) ( = 3.96, σ= 0.38) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ ด้านจิตตะ (ความมุ่งมั่นเอาใจใส่) ( = 3.94, σ= 0.43) 2) การบริหารจัดการศาสนสมบัติและหลักอิทธิบาทธรรม
มีความสัมพันธ์กันในระดับสูงมาก (r= 0.80) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) แนวทางการประยุกต์หลักอิทธิบาทธรรม เพื่อการบริหารจัดการศาสนสมบัติของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ ควรมีการปรับโครงสร้างด้านบุคลากร กำหนดนโยบายให้เป็นรูปธรรม จัดสรรบุคคลที่เต็มใจในการปฏิบัติงาน งบประมาณต้องมีความพร้อมตามสถานการณ์ และต้องมีการรายงานผลให้สามารถตรวจสอบได้
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการศาสนสมบัติของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ 2) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหลักอิทธิบาทธรรมกับการบริหารจัดการศาสนสมบัติของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการบริหารจัดการศาสนสมบัติของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักอิทธิบาทธรรม มีรูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี ดำเนินการโดยการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรเป้าหมาย ได้แก่ ผู้เช่าที่ดิน อาคาร วัดร้างทั้งหมดในจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 190 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การวิจัยเชิงคุณภาพโดยสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 15 รูปหรือคน นำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการพรรณนา ผลการวิจัย พบว่า 1) การบริหารจัดการศาสนสมบัติกับหลักอิทธิบาทธรรม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน ค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านฉันทะ (ความพึงพอใจ) มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด (µ = 4.10, σ. = 0.30) รองลงมา ได้แก่ ด้านวิมังสา (การใคร่ครวญหาเหตุผลในการบริหารจัดการ) (µ = 3.97, σ= 0.44) รองลงมา ได้แก่ ด้านวิริยะ (ความเพียรพยายาม) (µ = 3.96, σ= 0.38) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ ด้านจิตตะ (ความมุ่งมั่นเอาใจใส่) (µ = 3.94, σ= 0.43) 2) การบริหารจัดการศาสนสมบัติและหลักอิทธิบาทธรรม มีความสัมพันธ์กันในระดับสูงมาก (r= 0.80) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) แนวทางการประยุกต์หลักอิทธิบาทธรรม เพื่อการบริหารจัดการศาสนสมบัติของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ ควรมีการปรับโครงสร้างด้านบุคลากร กำหนดนโยบายให้เป็นรูปธรรม จัดสรรบุคคลที่เต็มใจในการปฏิบัติงาน งบประมาณต้องมีความพร้อมตามสถานการณ์ และต้องมีการรายงานผลให้สามารถตรวจสอบได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2562). คู่มือการดูแลและจัดการศาสนสมบัติ พ.ศ. 2562. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
นิพนธ์ โอภาษี. (2557). การบริหารงานตามหลักอิทธิบาท 4 ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยถั่วเหนือ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
บุญเชิด กิตติธรางกูร. (2559). ผอ.พศ.สน พศจ.เพชรบุรี ปิ๊งระบบไอที จัดเก็บข้อมูลผู้เช่า ค่าเช่า สัญญาเช่าที่วัด. เข้าถึงได้จากhttps://www.matichon.co.th/education/news_282307
พระธีรวัต จรณธมฺโม (คนึงทรัพย์). (2560). การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ของบุคลากรเพื่อการบริหารจัดการ อบต. อำเภอวัดโบสถ์จังหวัดพิษณุโลก. (วิทยานิพนธ์พุทธศาตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรราชวิทยาลัย.
พระมหาบรรจง ติสรโณ (ศรีสุข). (2560). การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาทธรรม ในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนปริยัติคุณรสวิทยา อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์. (วิทยานิพนธ์พุทธศาตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาปรีชา เขมนนฺโท (เหล่าทวีคุณ). (2561). การประยุกต์หลักอิทธิบาทธรรมเพื่อการบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรม ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรราชวิทยาลัย.
พระมหาวิทวัฒน์ วิวฑฺฒนเมธี (จันทร์เต็ม). (2561). การบริหารตามหลักอิทธิบาท 4 ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรราชวิทยาลัย.
พระมหาสุนันท์ สุนนฺโท. (2557). การพัฒนารูปแบบการจัดการศาสนสมบัติของวัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตย์ สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรราชวิทยาลัย.
พระสมุห์พงศธร ปภงฺกโร. (2564). การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 การบริหารงานของเทศบาลกุดจับ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรราชวิทยาลัย.
พล อาริยะชาติกุล. (2554). การบริหารจัดการพื้นที่วัดเพื่อปล่อยเช่า. (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (นวัตกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์) สาขาวิชานวัตกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์). คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มยุรี วรรณสกุลเจริญ และชาญณรงค์ รัตนพนากุล. (2563). ประสิทธิผลขององค์การ. วารสารศิลปการจัดการ, 4(1), 193-204.
สมานชัย กิจวิจารณ์. (2563). การบริหารงานตามแผนยุทธศาสตร์. Journal of Roi Kaensarn Academi, 5(1), 51-63
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์. (2564). การจัดประโยชน์ในที่ดินศาสนสมบัติกลาง และที่ดินวัดร้าง, คำขอรับงบประมาณรายรับศาสนสมบัติกลางประจำปี 2564. สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์. (อัดสำเนา)
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2557). กฎกระทรวงการแบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ. 2557. ราชกิจจานุเบกษา, 131 (ตอนที่ 81 ก), 9.