ชีวิตใต้เงาเขตแดน: ประสบการณ์ของชุมชนชายแดนในความขัดแย้งไทย–กัมพูชา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มุ่งศึกษาประสบการณ์ของชุมชนชายแดนในบริบทความขัดแย้งไทย–กัมพูชา โดยใช้กรอบการวิเคราะห์เชิงพรรณาขยายความที่ผสานแนวคิดเขตแดนศึกษา (Borderland Studies) ความมั่นคงของมนุษย์ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งชายแดนมิได้เป็นเพียงปัญหาทางกฎหมายระหว่างประเทศหรือการเมืองระดับรัฐ หากเป็นกระบวนการทางอำนาจที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ชายขอบ บทความเริ่มต้นด้วยการอธิบายพัฒนาการของการกำหนดเขตแดนยุคอาณานิคมและคดีปราสาทพระวิหาร ซึ่งสะท้อนบทบาทของแผนที่ กฎหมาย และวาทกรรมอธิปไตยในการทำให้พื้นที่ชายแดนกลายเป็นพื้นที่ความขัดแย้งอย่างยืดเยื้อ ในส่วนการวิเคราะห์ชุมชนชายแดน บทความชี้ให้เห็นโครงสร้างสังคมและวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่บนอัตลักษณ์ซ้อนทับ ภาษา และเครือญาติข้ามพรมแดน ซึ่งแตกต่างจากกรอบรัฐชาติแบบตายตัว ความขัดแย้งและมาตรการความมั่นคงของรัฐได้สร้างความไม่แน่นอนในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการเดินทาง การศึกษา ศาสนสถาน และเศรษฐกิจชายแดน โดยเฉพาะผลกระทบจากการปิดด่านและการควบคุมพื้นที่ที่ทำให้ครัวเรือนชายแดนเผชิญความเปราะบางทางรายได้และการดำรงชีพ บทความยังวิเคราะห์บทบาทของวาทกรรมชาตินิยมที่ถูกใช้ในทางการเมืองภายใน ซึ่งมีแนวโน้มตอกย้ำความแบ่งแยก “เรา–เขา” และบั่นทอนความสัมพันธ์ข้ามพรมแดนในระดับชุมชน บทความเสนอว่าภายใต้เงื่อนไขความขัดแย้ง ชุมชนชายแดนมิได้เป็นเพียงเหยื่อ หากมีศักยภาพในการสร้างสันติภาพจากล่างขึ้นบน ผ่านการอยู่ร่วมกันในชีวิตประจำวัน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม และกลไกไม่เป็นทางการในการจัดการความตึงเครียด บทเรียนจากชายแดนไทย–กัมพูชาจึงชี้ให้เห็นข้อจำกัดของนโยบายชายแดนที่ยึดความมั่นคงของรัฐเป็นศูนย์กลาง และเน้นความจำเป็นในการออกแบบนโยบายที่ให้คุณค่ากับความมั่นคงของมนุษย์ การมีส่วนร่วมของชุมชน และศักดิ์ศรีของผู้คนในพื้นที่ชายขอบ เพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.