กฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทย: การเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลและการปกป้องสิทธิผู้บริโภค
Main Article Content
บทคัดย่อ
ในยุคของการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัล เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคอย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการเกิดความไม่สมดุลใหม่ โดยเฉพาะในมิติของข้อมูล อำนาจต่อรอง และช่องทางการเข้าถึงสินค้าและบริการ กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทย ซึ่งพัฒนามาในบริบทของระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมดั้งเดิม ยังไม่สามารถรองรับความท้าทายที่ซับซ้อนของโลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมีความพยายามปรับปรุงกฎหมายใหม่ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกลไกจำกัดเขต( sandbox) บางประการ แต่ข้อจำกัดด้านโครงสร้างสถาบัน การบังคับใช้กฎหมาย และการเข้าถึงสิทธิของผู้บริโภคยังเป็นปัญหาเด่นบทความนี้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบการคุ้มครองผู้บริโภคในบริบทดิจิทัล โดยอาศัยกรอบแนวคิดเรื่อง “สิทธิผู้บริโภคในฐานะพลเมืองดิจิทัล” และใช้วิธีการเปรียบเทียบแนวทางจากต่างประเทศ อาทิ สหภาพยุโรป สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ร่วมกับกรณีศึกษาจริงในประเทศไทย เช่น ปัญหาแอปเงินกู้นอกระบบ การตลาดแฝง และข้อพิพาทบนแพลตฟอร์ม e-commerce เพื่อวิเคราะห์ข้อจำกัดของกฎหมายไทย และเสนอแนวทางในการปรับปรุงระบบคุ้มครองผู้บริโภคให้สอดคล้องกับพลวัตของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล ผลการวิเคราะห์ชี้ว่าการปฏิรูปควรดำเนินในสามระดับ ได้แก่ การปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและครอบคลุมการให้บริการดิจิทัล การพัฒนาโครงสร้างสถาบันกำกับดูแลให้มีอิสระและประสิทธิภาพ และการเสริมสร้างบทบาทของผู้บริโภคในการกำกับดูแลร่วมในฐานะพลเมืองดิจิทัล บทความนี้เสนอว่า การคุ้มครองผู้บริโภคในยุคใหม่จะต้องอาศัยทั้งระบบกฎหมาย กลไกสถาบัน และวัฒนธรรมสิทธิที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้านและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.