การพัฒนาอัตลักษณ์องค์กรและสินค้าที่ระลึกของจังหวัดร้อยเอ็ด
คำสำคัญ:
อัตลักษณ์องค์กร, การออกแบบผลิตภัณฑ์, เศรษฐกิจสร้างสรรค์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวทางการนำศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดร้อยเอ็ดมาใช้ในการพัฒนาอัตลักษณ์องค์กรและสินค้าที่ระลึกของจังหวัดร้อยเอ็ด และ 2) ออกแบบอัตลักษณ์องค์กรและพัฒนาสินค้าที่ระลึกของจังหวัดร้อยเอ็ดโดยอิงจากอัตลักษณ์องค์กรและทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา ร่วมกับการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างได้จากการคัดเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วย 1) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 34 คน จาก 5 ภาคส่วน ได้แก่ หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา และภาคประชาชนรุ่นใหม่ 2) ผู้ประกอบการสร้างสรรค์จำนวน 7 ราย และ 3) นักออกแบบสร้างสรรค์จำนวน 7 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แนวทางการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมสร้างสรรค์ และแบบสังเกตการณ์ภาคสนาม เก็บรวบรวมข้อมูลผ่านกิจกรรมร่วมสร้างสรรค์ การสำรวจบริบทพื้นที่ และการศึกษาเชิงลึกแหล่งศิลปวัฒนธรรมผ้าผะเหวดโบราณ (100 ปี) วัดป่าศักดาราม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหาตามแนวทางของ Braun และ Clarke ร่วมกับการสังเคราะห์เชิงออกแบบแบบวนซ้ำ ตั้งแต่การสกัดรหัสวัฒนธรรม การกำหนดแนวคิดหลัก การพัฒนาต้นแบบ และการปรับปรุงต้นแบบให้เหมาะสมต่อการใช้งานและการตลาด
ผลการวิจัยพบว่า 1. ศิลปวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด สามารถนำมาใช้เป็นฐานในการพัฒนาอัตลักษณ์องค์กรและสินค้าที่ระลึกได้อย่างมีศักยภาพ โดยเฉพาะการสกัดองค์ประกอบทางวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบและแปลงสารทางวัฒนธรรมสู่ภาษาการออกแบบร่วมสมัย แนวทางสำคัญประกอบด้วย การใช้ทุนวัฒนธรรมเป็นแกนเรื่องเล่า การใช้ลวดลายและสีสันเป็นรหัสอัตลักษณ์ การแปลงคุณค่าดั้งเดิมสู่ความร่วมสมัย และการเชื่อมเครือข่ายผู้ประกอบการกับนักออกแบบผ่านกระบวนการร่วมสร้างสรรค์ ทั้งนี้ ผ้าผะเหวดโบราณ (100 ปี) วัดป่าศักดาราม เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพสูงสุดในการใช้เป็นแนวคิดหลัก เนื่องจากโดดเด่นทั้งลวดลาย สีสัน และเรื่องเล่าทางจารีตประเพณี 2. กระบวนการร่วมสร้างสรรค์ระหว่างนักออกแบบและผู้ประกอบการนำไปสู่การพัฒนาอัตลักษณ์องค์กรที่มีเอกภาพ และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบสินค้าที่ระลึกจำนวน 7 รายการ เช่น แก้วกาแฟ แผนที่นำเที่ยว แผนที่เส้นทางปั่นจักรยาน และบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์จังหวัดร้อยเอ็ดอย่างร่วมสมัยและเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ได้แก่ การจัดทำนโยบายอัตลักษณ์จังหวัดและคู่มือการใช้อัตลักษณ์องค์กรเพื่อสร้างมาตรฐานการสื่อสารให้เป็นเอกภาพ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านกิจกรรมร่วมสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง และการทดลองตลาดเพื่อขยายผลผลิตภัณฑ์ต้นแบบสู่การผลิตเชิงพาณิชย์
เอกสารอ้างอิง
พิชญา ลีลาวัณย์. (2561). แนวทางการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมืองเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน. วารสารวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, 19(1), 103-117.
วัลลภา แสนแก้ว. (2563). การพัฒนาอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์ OTOP ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารการออกแบบและสื่อสร้างสรรค์, 8(2), 75-90.
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน). (2563). รายงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ประเทศไทย 2563. กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์.
Braun, V. & Clarke, V. (2006). Using thematic analysis in psychology. Qualitative Research in Psychology, 3(2), 77–101.
Charoensuk, T. (2019). Creative design for cultural identity development: A case study of Northern Thai souvenirs. Journal of Design and Built Environment, 15(1), 13–25.
Howkins, J. (2001). The creative economy: How people make money from ideas. Penguin.
Kotler, P. & Keller, K. L. (2016). Marketing management. 15th ed. Pearson Education.
Olins, W. (2008). The brand handbook. Thames & Hudson.
Ulrich, K. T. & Eppinger, S. D. (2015). Product design and development. 6th ed. McGraw-Hill Education.
Wang, X. (2024). Visual communication and branding: The role of graphic design in building brand image and recognition. Highlights in Art and Design, 8(2), 19-22.
Wei, L. & Yin, R. (2024). The imp act of graphic design on brand identity and consumer perception. Design Insights, 1(2), 1-9.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสันติสุขปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.