การพัฒนากลยุทธ์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชนแออัด กรณีศึกษาเทศบาลนครเชียงใหม่
คำสำคัญ:
คุณภาพชีวิต, ชุมชนแออัด, กลยุทธ์การพัฒนาบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาบริบทที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนแออัดในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ (2) วิเคราะห์ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกที่มีผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต และ (3) เสนอและประเมินกลยุทธ์การพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนแออัดบนพื้นฐานหลักการทรงงาน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ พื้นที่ศึกษา ได้แก่ 3 ชุมชนในแขวงกาวิละ เทศบาลนครเชียงใหม่ คือ ชุมชนท่าสะต๋อย ชุมชนรถไฟสามัคคี และชุมชนขนส่งซอย 9 ประชากรเชิงปริมาณเป็นประชาชนในชุมชนแออัดรวม 391 ครัวเรือน และกำหนดกลุ่มตัวอย่างจำนวน 298 คน ตามสูตรของทาโร ยามาเน่ ส่วนกลุ่มตัวอย่างเชิงคุณภาพเป็นผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 18 คน คัดเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วยสมาชิกสภาเทศบาล เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำชุมชน และกรรมการชุมชน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขณะที่ข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา พร้อมสังเคราะห์ผลด้วย SWOT และ TOWS Matrix เพื่อกำหนดกลยุทธ์เชิงพัฒนา
ผลการวิจัยพบว่า (1) คุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชนในชุมชนแออัดอยู่ในระดับปานกลาง โดยชุมชนขนส่งซอย 9 มีระดับคุณภาพชีวิตสูงกว่าชุมชนอื่น ขณะที่ปัญหาสำคัญได้แก่ รายได้ไม่มั่นคง ค่าครองชีพสูง ปัญหาท่อระบายน้ำอุดตัน กลิ่นเหม็น ความขัดแย้งในชุมชน และมลพิษฝุ่นควัน PM 2.5 (2) ปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ การเมือง วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การศึกษา สาธารณสุข และสังคม โดยพบจุดแข็งด้านผู้นำและคณะกรรมการชุมชนที่เข้มแข็ง รวมถึงทุนทางสังคมและอัตลักษณ์ชุมชน ขณะที่จุดอ่อนสำคัญคือปัญหาฝุ่น PM 2.5 ความเสื่อมโทรมของโครงสร้างพื้นฐาน และข้อจำกัดด้านความรู้เชิงบริหารจัดการชุมชน ส่วนโอกาสเด่นมาจากนโยบายและโครงการสนับสนุนของเทศบาลและความเป็นเมืองท่องเที่ยว ขณะที่อุปสรรคสำคัญคือปัญหาน้ำท่วม ความยากจน และข้อจำกัดด้านงบประมาณ (3) ผลการสังเคราะห์เชิงกลยุทธ์สามารถจัดทำกลยุทธ์หลัก 4 กลยุทธ์ ได้แก่ กลยุทธ์เชิงรุก (SO) กลยุทธ์เชิงป้องกัน (ST) กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO) และกลยุทธ์เชิงรับ (WT) พร้อมกลยุทธ์รองรวม 20 กลยุทธ์ ซึ่งผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พบว่ามีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อเสนอแนะจากการวิจัยควรมุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมเชิงรุกของประชาชนในการกำหนดแผนและดำเนินโครงการพัฒนา เพิ่มขีดความสามารถผู้นำและคณะกรรมการชุมชนด้วยการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ และผลักดันการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาล ภาคเอกชน และเครือข่ายชุมชน เพื่อพัฒนาระบบอาชีพ สาธารณูปโภค สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชนแออัดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กองยุทธศาสตร์และสารสนเทศที่อยู่อาศัย การเคหะแห่งชาติ. (2560). รายงานสถานการณ์ที่อยู่อาศัยของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: การเคหะแห่งชาติ.
ไกรสิทธิ์ สิงห์ยะบุศย์. (2556). การจัดการเชิงกลยุทธ์ ศึกษากรณี สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ (องค์การมหาชน). (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, กรุงเทพฯ.
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2550). แนวทางการบูรณาการการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สู่ชุมชน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา. (2561). รายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา.
ปกรณ์ สุขธรรมนิยม. (2561). คุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองแสนสุขอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี.
สุรสิงห์ แสงโสด. (2563). กลยุทธ์ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนภาคเหนือตอนบน โดยใช้เศรษฐกิจชุมชนเป็นฐาน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎี). มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, เชียงใหม่.
Braun, V. & Clarke, V. (2006). Using thematic analysis in psychology. Qualitative Research in Psychology, 3(2), 77–101.
David, F. R. (2017). Strategic management: Concepts and cases. 16th ed. Boston, MA: Pearson Education.
Nguyen, Q. T. (2020). Urban poverty and quality of life in developing cities. Journal of Urban Studies, 57(4), 845–862.
Porio, E. (2014). Climate change vulnerability and adaptation in Asian cities. Asian Journal of Social Science, 42(6), 692–715.
United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 agenda for sustainable development. New York: United Nations.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสันติสุขปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.