การเมืองของการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2566
คำสำคัญ:
การจัดสรรงบประมาณ, การเมืองในการจัดสรรงบประมาณ, งบประมาณเชิงพื้นที่บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษากลไก กระบวนการทางการเมืองในการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2566 2) เพื่อวิเคราะห์บทบาทตัวแสดงในกระบวนการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2566 และ 3) เพื่อเสนอแนะแนวทาง ในปรับปรุงกระบวนการในการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่ ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2566 เป็นการวิจัยเชิงบรรยายที่ใช้การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ เพื่อนำเอาข้อมูลที่เป็นปรากฏการณ์จริง มาวิเคราะห์การเมืองในการจัดสรรงบประมาณที่งบประมาณ มิใช่เพียงกระบวนการทางเทคนิค แต่เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับความเป็นธรรม และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างชัดเจน
ผลการวิจัยพบว่า ระบบงบประมาณเชิงพื้นที่ของไทย ยังคงมีลักษณะรวมศูนย์สูง หน่วยงานกลางอย่างสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้กำหนดทิศทางและนโยบายหลัก แม้จะเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นและประชาชนเสนอแผนงานหรือโครงการ แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้าย ยังอยู่ในมือของส่วนกลางและข้าราชการระดับสูง ส่งผลให้งบประมาณส่วนใหญ่ กระจุกตัวในเมืองใหญ่หรือจังหวัดที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมือง ขณะที่พื้นที่ชนบทหรือจังหวัดที่ขาดฐานเสียงทางการเมือง ได้รับงบประมาณน้อยกว่าอย่างชัดเจน (2) บทบาทของตัวแสดง พบว่ามีการประสานงานระหว่างรัฐส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ท้องถิ่น และภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐส่วนกลางยังคงเป็นผู้กำหนดทิศทางหลัก ส่วนภูมิภาคและผู้ว่าราชการจังหวัด ทำหน้าที่ถ่ายทอดและประสานนโยบายลงสู่ท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบวางแผนและขับเคลื่อนโครงการ แม้จะมีข้อจำกัดด้านอำนาจและงบประมาณ ขณะที่ประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่ มีบทบาทในการสะท้อนปัญหาและตรวจสอบความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม อำนาจตัดสินใจหลักยังคงอยู่ที่ส่วนกลาง ส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณบางครั้งไม่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของแต่ละพื้นที่ และ (3) แนวทางในการปรับปรุงกระบวนการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่ควรเร่งกระจายอำนาจและงบประมาณสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง เพิ่มบทบาทให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการวางแผนและบริหารงบประมาณมากขึ้น พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอน เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่ระบบงบประมาณที่เป็นธรรม โปร่งใส และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองใหญ่กับชนบทได้อย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
ฐากูร จุลินทร. (2565). ย้อนเวลาหาอดีต 90 ปี รัฐสภาไทยกับงบประมาณแผ่นดิน. กรุงเทพฯ: สำนักงบประมาณของรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
ณัฐชนกานต์ อภิลาภศุขศิริกลุ. (2559). การเมืองในการจัดสรรงบประมาณของเมืองพัทยา. นนทบุรี: รัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ทศพร ศิริสัมพันธ์. (2543). การบริหารผลการดำเนินงาน (Performance Management)รวมบทความวิชาการ 100 ปี รัฐประศาสนศาสตร์ไทย. (วิทยานิพนธ์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
ทิพาวดี เมฆสวรรค์. (2543). การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์. กรุงเทพฯ: สถาบันมาตรฐานสากลภาครัฐ แห่งประเทศไทย สำนักงาน กพ.
พระสมุห์อาคม อาคมธีโร. (2563). อำนาจทางการเมืองว่าด้วยการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในประเทศไทย. วารสาร มจร. เพชรบุรีปริทรรศน์, 3(2), 58-79.
ไพบูลย์ โพธิ์สุวรรณ. (2551). ยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นสู่ผลสัมฤทธิ์: กรณีศึกษาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย. (วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ.
สมคิด เลิศไพฑูรย์.(2556). ท้องถิ่นโปร่งใส:การพัฒนาตัวชี้วัดเพื่อประเมินประสิทธิภาพในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนักงบประมาณ. (2566). รายงานการติดตามและประเมินผลแผนบูรณาการ แผนงานบูรณาการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
Riggs, Fred W. (1966).Thailand: The Modernization of a Bureaucratic Polity. Honolulu: East-West Center Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสันติสุขปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.