วิธีวิทยาการยกระดับกลไกการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยฐานท้องถิ่น กรณีศึกษาศูนย์ประสานงานการพัฒนาเชิงพื้นที่ในเงาอย่างยั่งยืนขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ผู้แต่ง

  • ปณิธี บุญสา สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการชุมชน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - แพร่ เฉลิมพระเกียรติ
  • มุกดา สุวรรณศรี สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการสังคมและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ
  • ถนอมสิน พลลาภ นักวิชาการอิสระ
  • มนตรี พิมพ์ใจ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

คำสำคัญ:

กลไกแก้ไขปัญหาความยากจน, การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน, ศูนย์ประสานงานการพัฒนา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวิธีวิทยาการยกระดับกลไกการแก้ไขปัญหาความยากจนโดยฐานท้องถิ่น และ 2) สังเคราะห์รูปแบบการพัฒนากลไกเชิงสถาบันในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่ กรณีศึกษาศูนย์ประสานงานการพัฒนาเชิงพื้นที่ในเงาอย่างยั่งยืน ตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้แนวทางการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ประชากรและกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่คัดเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ คณะกรรมการศูนย์ประสานงาน จำนวน 12 คน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 12 คน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 คน และผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จำนวน 4 คน รวมทั้งสิ้น 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่มย่อย การสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการถอดบทเรียนด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ร่วมกับการสังเคราะห์เชิงตีความ   

ผลการวิจัยพบว่า สถานการณ์ความยากจนในภาคเหนือจากประชากรประมาณ 12 ล้านคน โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดถึงร้อยละ 25.26 โดยมีปัจจัยที่ส่งผลต่อความยากจน ภายใต้ข้อจำกัดเชิงพื้นที่เช่น พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ภูมิประเทศเป็นภูเขา มีการซ้อนทับระหว่างพื้นที่อนุรักษ์และที่ดินทำกินภายใต้กฎหมายการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเข้าถึงบริการของรัฐและเป็นพื้นที่ชายแดน ชี้ให้เห็นถึงแบบแผนการใช้ชีวิตถูกกดทับภายใต้นิยามความยากจนทั้งที่มีต้นทุนภูมิปัญญา วัฒนธรรมที่หลากหลายของบริบทกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะความเข้าใจต่อบริบทเชิงกายภาพการตั้งที่อยู่อาศัย ลักษณะหย่อมบ้านหรือบ้านบริวารนอกเขตปกครองของรัฐไทย การลดข้อจำกัดต้องอาศัยกลไกท้องถิ่น ฉะนั้น การบริหารการวิจัยเป็นการเสริมพลัง ให้กับกลไกระดับพื้นที่ และปฏิบัติการวิจัย การสะท้อนกลับ การจัดการข้อมูลและการใช้ประโยชน์ข้อมูลในการออกแบบกระบวนการ การทบทวนหลังการดำเนินกระบวนการ (AAR) เป็นวิธีวิทยาในการพัฒนากลไกเชิงพื้นที่ ร่วมทั้งภาคีร่วมพัฒนา ใช้ความรู้และบทเรียนที่ได้ ผลักดันนโยบายและกฎหมายการกระจายอำนาจ ในการจัดทำข้อบัญญัติ ใช้ข้อมูลในการจัดทำแผน จัดตั้งกลไกการบริหารและยกระดับเป็นศูนย์ประสานงานการพัฒนาเชิงพื้นที่ในเงาอย่างยั่งยืนทำหน้าที่แก้ไขปัญหาความยากจน ทั้งการพัฒนาระบบข้อมูล ระบบสารสนเทศหรือ GIS ผนวกกับข้อมูลศักยภาพของทุน 5 ด้านในระบบการดำรงชีพที่ยั่งยืน และ การกำหนดกลยุทธในการเปิดพื้นที่กลาง การเชื่อมโยงภาคีร่วมพัฒนาเข้ามาเป็นกลไกร่วมในการออกแบบกลไกการแก้ไขปัญหาโดยฐานท้องถิ่น

เอกสารอ้างอิง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย. (2567). ข้อมูลสถิติสาธารณภัย. สืบค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2568, จาก https://www.disaster.go.th/contents/various_statistics

กิตติ สัจจาวัฒนา. (2560). งานวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่: รูปแบบงานวิจัยใหม่ที่ท้าทายกระบวนทัศน์การวิจัยของประเทศไทย. นครศรีธรรมราช: สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์.

ฐานเศรษฐกิจ. (2566). สศช.เปิดสถานการณ์ความยากจน-ความเหลื่อมล้ำประเทศไทย 2566. สืบค้นเมื่อ 21 ธันวาคม 2568, จาก https://www.thansettakij.com/business/economy/582085

ถนอมสิน พลลาภ และคณะ. (2567). รายงานความก้าวหน้าโครงการการพัฒนาระบบสนับสนุนการทำงานเชิงพื้นที่เพื่อยกระดับแพลตฟอร์มขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำระดับจังหวัดและการขับเคลื่อนโมเดลแก้จนระดับโครงการ. กรุงเทพฯ: หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.).

ทรงศักดิ์ ปัญญา. (2566). การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน: ระยะที่ 3. (รายงานผลการวิจัย). วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน สถาบันวิทยาลัยชุมชน; กองทุนส่งเสริม ววน.; และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.).

ภิรมย์พร ไชยยนต์. (2557). การกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่น: ศึกษากรณีการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในระดับจังหวัด. (วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต). สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, กรุงเทพฯ.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2567). รายงานสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย พ.ศ. 2566. สืบค้นเมื่อ 21 ธันวาคม 2568, จาก https://www.nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=13081

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.). (2566). แนวทางดำเนินงานการขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จแม่นยำ: ถอดบทเรียนจากโครงการวิจัยแก้จน 20 จังหวัด. สืบค้นเมื่อ 11 ธันวาคม 2568, จาก https://pmua.or.th/11343/

Ansell, C. & Gash, A. (2007). Collaborative Governance in Theory and Practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543-571.

วารสารสันติสุขปริทรรศน์

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-15

รูปแบบการอ้างอิง

บุญสา ป., สุวรรณศรี ม., พลลาภ ถ., & พิมพ์ใจ ม. (2026). วิธีวิทยาการยกระดับกลไกการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยฐานท้องถิ่น กรณีศึกษาศูนย์ประสานงานการพัฒนาเชิงพื้นที่ในเงาอย่างยั่งยืนขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน . วารสารสันติสุขปริทรรศน์, 7(2), 14–27. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JPP/article/view/6806