การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ตามกระบวนการการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงร่วมกับกลวิธีการกำกับตนเองด้วยแหล่งการเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัล สำหรับนักศึกษาครู

ผู้แต่ง

  • รงค์รบ น้อยสกุล สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • กอบสุข คงมนัส สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • รุจโรจน์ แก้วอุไร สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

คำสำคัญ:

สมรรถนะดิจิทัล, การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง, การกำกับตนเองในการเรียนรู้

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและรับรองรูปแบบการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง ร่วมกับกลวิธีการกำกับตนเองผ่านแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัลของนักศึกษาครู โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา ดำเนินการใน 4 ระยะ ได้แก่ (1) การศึกษาสภาพและความต้องการสมรรถนะดิจิทัลจากอาจารย์ในสถาบันฝึกหัดครู 5 ภูมิภาค จำนวน 10 คน ผ่านการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (2) การวิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนรู้ (3) การทดลองใช้รูปแบบกับนักศึกษาครู จำนวน 30 คน พร้อมประเมินผลด้วยแบบวัดสมรรถนะดิจิทัล สถิติ t-test และการวิเคราะห์เนื้อหา และ (4) การรับรองรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน วิเคราะห์ด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษาครูยังขาดสมรรถนะด้านดิจิทัล โดยเฉพาะด้านการกำกับตนเอง การเข้าถึงและการประเมินข้อมูลจากแหล่งออนไลน์ และต้องการรูปแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์จริง รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ การประเมินเบื้องต้น การรับโจทย์ท้าทาย การเรียนรู้ด้วยตนเอง การปรับแผน การนำเสนอผล และการประเมินหลังเรียน การใช้รูปแบบดังกล่าวส่งผลให้สมรรถนะดิจิทัลของนักศึกษาครูเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งได้รับการประเมินความพึงพอใจในระดับมาก และความเหมาะสมโดยรวมของรูปแบบอยู่ในระดับมาก สะท้อนถึงศักยภาพของรูปแบบในการพัฒนาและเสริมสร้างสมรรถนะดิจิทัลของนักศึกษาครูอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

กนิษฐา ศิริศักดิ์. (2559). งานวิจัยหลักสูตรวิชาชีพครูเพื่อพัฒนาแนวทางส่งเสริมสมรรถนะ

ด้านดิจิทัล. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

จารุมานต์ หนูคง และนมล จิรังสุวรรณ. (2558). การออกแบบรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการแบบผสมผสานร่วมกับการเรียนผ่านระบบ MOOC เพื่อพัฒนาทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยีของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 6(1), 105–113.

ชนัดดา ภูหงษ์ทอง. (2560). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูโดยใช้กระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ.

ณภดล เหลือดนตรี, สุพัณณี เส็งศรี และเทอดศักดิ์ พลจันทร์. (2561). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานผ่านการเรียนรู้แบบเปลี่ยนแปลงตนเอง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์, 10(2), 209–221.

นันทิยา น้อยจันทร์. (2567). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะทางเทคโนโลยีดิจิทัลของนักศึกษาครู มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 8(1), 1–12.

รงค์รบ น้อยสกุล. (2566). การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงและกลยุทธ์การกำกับตนเองเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารปัญญา, 30(1), 1–12.

Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

European Commission. (2018). Digital Education Action Plan. Retrieved March 2, 2025, from https://www.ec.europa.eu/education/education-in-the-eu/digital-education-action-plan_en

Mezirow, J. (1991). Transformative dimensions of adult learning. San Francisco, CA: Jossey-Bass.

วารสารสันติสุขปริทรรศน์

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-15

รูปแบบการอ้างอิง

น้อยสกุล ร., คงมนัส ก., & แก้วอุไร ร. (2025). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ตามกระบวนการการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงร่วมกับกลวิธีการกำกับตนเองด้วยแหล่งการเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัล สำหรับนักศึกษาครู. วารสารสันติสุขปริทรรศน์, 6(2), 95–107. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JPP/article/view/6274