การพลิกฟื้นอัตลักษณ์วิถีชุมชนให้เกิดมูลค่าไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้ให้กลุ่มสตรีและผู้สูงอายุ บ้านเนินสะเดา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์
คำสำคัญ:
อัตลักษณ์ชุมชน, ผลิตภัณฑ์ชุมชน, ภูมิปัญญาท้องถิ่นบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สืบสานและฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่นและอัตลักษณ์ชุมชนชาวมอญบ้านเนินสะเดาให้เกิดความยั่งยืน 2) ศึกษาและพัฒนาแนวทางการสร้างผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มสตรีและผู้สูงอายุในชุมชน และ 3) เพิ่มมูลค่าพืชผลทางการเกษตรเพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอัตลักษณ์และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว การวิจัยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพแบบวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยมีประชากรและกลุ่มตัวอย่างรวม 41 คน ประกอบด้วยผู้นำชุมชน หน่วยงานภาครัฐ กลุ่มสตรีและผู้สูงอายุ ผู้ประกอบการ และอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้จากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน การเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการผ่านการสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึก ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและการสังเคราะห์แบบองค์รวม นำเสนอผลเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุมชนสามารถฟื้นฟูและจัดงานประเพณีตำข้าวเม่า ร่วมกับชุมชนได้สำเร็จ ซึ่งเสริมสร้างความภาคภูมิใจและความสามัคคี 2) สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นต้นแบบจำนวน 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไดฟูกุไส้ข้าวเม่า คุกกี้ข้าวเม่า ชาใบข้าวหอม ไซรับกล้วย และกระยาสารทไซรับกล้วย 3) ได้ออกแบบตราสัญลักษณ์และบรรจุภัณฑ์ที่สะท้อนตัวตนชุมชนและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่า กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน การถ่ายทอดภูมิปัญญา และการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีอัตลักษณ์และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายคือการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนและการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค
เอกสารอ้างอิง
กรชนก สนิทวงค์ และณรงค์ เจนใจ. (2563). แนวทางการพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สู่การสร้างสังคมอยู่ดีมีสุข“พอมี พอกิน พอใช้”. วารสาร มจร การพัฒนาสังคม, 5(1), 22-33.
กรมส่งเสริมการเกษตร. (2564). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นในงานส่งเสริมการเกษตร. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.
คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับที่ 3 (พ.ศ.2566-2570). สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2567, จาก https://www.province.mots.go.th/ewtadmin/ewt/ranong/download/article/article_20230418122435.pdf
ชลธิชา มาลาหอม. (2555). อัตลักษณ์ชุมชนรากฐานสู่การศึกษา. วารสารครุศาสตร์, 9(1), 61-74.
ชัชวาลย์ ทัตศิวัช. (2552). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR): มิติใหม่ของรูปแบบวิธีวิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชนระดับท้องถิ่น. สืบค้นเมื่อ 21 ตุลาคม 2566, จาก http://www.mgts.lpru.ac.th/mgts/km/picturn/131856486292.pdf
ทิพย์สุดา รันนัน. (2558). ประเพณีตำข้าวเม่า. สืบค้นเมื่อ 16 ตุลาคม 2566, จาก https://www.mamiwinfitz.wordpress.com/2015/02/15/ประเพณีตำข้าวเม่า
บูรชัย ศิริมหาสาคร. (2550). การจัดการความรู้สู่ความเป็นเลิศ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แสงดาว.
พงษ์ทอง เฮครอฟท์ และสิรภัทร สิริบรรสพ. (2565). การฟื้นฟูอัตลักษณ์วัฒนธรรมอาหารของชุมชนต้นแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน. วารสารวิจัยและวิชาการสังคมศาสตร์, 19(1), 81-94.
พระครูใบฎีกาวิชาญ วิสุทโธ (ทรงราษี) และภักดี โพธิ์สิงห์. (2565). อัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์. วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์, 9(2), 127-133.
อภิญญา เฟื่องฟูสกุล. (2546). อัตลักษณ์ = Identity: การทบทวนทฤษฎีและกรอบแนวคิด. กรุงเทพฯ: คณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาสังคมวิทยา สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
Fine, M., and Torre, M.E. (2021). Essentials of Critical Participatory Action Research. Washington: American Psychological Association.
Hall, S., Du Gay, & P. (Eds.). (1996). Questions of cultural identity. Sage Publications, Inc.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสันติสุขปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.