การศึกษาองค์ความรู้ทางการแพทย์ไทยเกี่ยวกับการเตรียมยาสมุนไพรในรูปแบบของยาต้มดื่ม
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการเตรียมตำรับยาสมุนไพรในรูปแบบยาต้มดื่ม เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ดำเนินการวิจัยด้วยวิธีการสัมภาษณ์ แบบกึ่งโครงสร้าง โดยศึกษาข้อมูลจากแพทย์แผนไทยประยุกต์ และแพทย์แผนไทยผู้ที่มีประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยในส่วนงานของสถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล 12 คน ผลการวิจัย พบว่า มีการระบุถึงรายชื่อวิธีการปรุงยาต้มดื่ม 2 วิธีคือ การต้มเดือด และต้มเคี่ยว ซึ่งการอธิบายขั้นตอนการต้มแต่ละวิธีพบว่ารายละเอียดการต้มยาของแต่ละท่านมีความแตกต่างกัน แม้ว่าจะเป็นวิธีที่ระบุด้วยชื่อเดียวกัน โดยสามารถจำแนกเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปริมาณน้ำที่ใช้ในการต้มยาครั้งแรก ระยะเวลาในที่ใช้ในการต้มยา ความแรงของไฟที่ใช้ในการต้มยา และวิธีการอุ่นยาสำหรับการรับประทานในมื้อต่อไป นอกจากนี้ผู้ให้ข้อมูลมีแนวทางการเลือกใช้วิธีการต้มโดยพิจารณาจากส่วนที่ใช้ของสมุนไพรส่วนใหญ่ที่ในตำรับยานั้น ๆ กรณีที่ส่วนที่ใช้ของสมุนไพรในตำรับยาประกอบด้วย แก่น ราก เหง้า และผล นิยมเตรียมด้วยการต้มเคี่ยว และหากตำรับประกอบด้วย เกสร ใบ ดอก รวมถึงสมุนไพรที่ต้องการคงกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย นิยมเตรียมด้วยการต้มเดือด สรุปขั้นตอนและรายละเอียดของวิธีการต้มยาทั้ง 2 วิธีที่ได้จากการศึกษานี้ สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับการสร้างแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการให้คำแนะนำผู้ป่วยในการต้มยา รวมถึงสามารถใช้ข้อมูลงานวิจัยนี้เพื่อกำหนดเป็นการเลือกวิธีการและขั้นตอนการเตรียมยาที่เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับการศึกษาวิจัยที่จะศึกษายาที่ใช้รูปแบบการต้มดื่มในอนาคตต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2561). คำอธิบายตำราโอสถ ครั้งรัชกาลที่ 2 บืมโรงอัฐศก พ.ศ. 2459. นนทบุรี : กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.
ชยันต์ พิเชียรสุนทร, ศุภชัย ติยวรนันท์ และวิเชียร จีรวงศ์. (2545). คู่มือเภสัชกรรมไทย เล่ม 6 เภสัชกรรม. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ อมรินทร์.
ประพต เศรษฐกานนท์. (2561). ตำรายาจารึก วัดพระเชตุพนฯ ฉบับสมบูรณ์. นนทบุรี : สำนักพิมพ์ ศรีปัญญา.
พร้อมจิต ศรลัมพ์, วงศ์สถิตย์ ฉั่วกุล และสมภพ ประธานธุรารักษ์. (2543). ภาควิชาเภสัชฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. สารานุกรมสมุนไพร เล่ม 1 “สมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ”. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).
มองซิเออร์ เดอะ ลาลูแบร์. (2561). จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม. (สันต์ ท. โกมลบุตร, แปล). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ศรีปัญญา.
มูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์แผนไทยเดิม อายุรเวทวิทยาลัย (ชีวโกมารภัจจ์). (2538). ตำราการแพทย์ไทยเดิม (แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์) ฉบับพัฒนา ตอนที่ 2. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์สีไทย.
มูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทยเดิมฯ และโรงเรียนอายุรเวทธำรง สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. (2550). ตำราการแพทย์ไทยเดิม (แพทยศาสตร์สงเคราะห์ ฉบับอนุรักษ์) เล่ม 1 ฉบับชำระ. กรุงเทพฯ : ศุภวนิชการพิมพ์.
ลัดดาวัลย์ ครูปัญญามาตย์. (2548). ตำราเภสัชกรรมไทย มูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์แผนไทยเดิม อายุรเวทวิทยาลัย (ชีวโกมารภัจจ์). กรุงเทพฯ : มูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์แผนไทย.
Adams, W. C. (2015). Conducting Semi-Structured Interviews. In Handbook of Practical Program Evaluation. Retrieved from https://onlinelibrary. wiley.com/doi/book/10.1002/9781119171386
Kallio, H., Pietilä, A. M., Johnson, M., & Kangasniemi, M. (2016). Systematic methodological review: developing a framework for a qualitative semi-structured interview guide. J Adv Nurs, 72(12), 2954-2965.
Phumthum, M., et al. (2018). Ethnomedicinal plant diversity in Thailand. Journal of Ethnopharmacology, 214, 90-98.
Wan, J. B., et al. (2013). Chemical differentiation of Da-Cheng-Qi-Tang, a Chinese medicine formula, prepared by traditional and modern decoction methods using UPLC/Q-TOFMS-based metabolomics approach. J Pharm Biomed Anal, 83, 34-42.