การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ตำบลทุ่งนางาม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี

Main Article Content

พระครูอุทิตวิริยาภรณ์ (สมบูรณ์ สุนฺทราจาโร)

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนตำบลทุ่งนางาม 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนตำบลทุ่งนางาม โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) ศึกษาปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนตำบลทุ่งนางาม เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในตำบลทุ่งนางาม จำนวน 358 คน ด้วยแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.983 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 12 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนตำบลทุ่งนางาม โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (equation = 3.14, S.D. = 0.60) 2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนตำบลทุ่งนางาม พบว่า ประชาชนที่มีเพศและอายุแตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองไม่แตกต่างกัน ขณะที่ประชาชนที่มีระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือนแตกต่างกัน มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ3) ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน พบว่า ประชาชนบางส่วนยังขาดความเข้าใจในหลักอปริหานิยธรรม มีข้อจำกัดด้านเวลา และมองว่าการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนไม่ใช่หน้าที่ของตน ส่งผลให้การมีส่วนร่วมทางการเมืองยังไม่เข้มแข็ง ข้อเสนอแนะคือ ควรส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับหลักอปริหานิยธรรม พัฒนาช่องทางการสื่อสารและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้หลากหลาย รวมทั้งสร้างจิตสำนึกและเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและการเมืองท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น


 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
(สมบูรณ์ สุนฺทราจาโร) พ. . (2026). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ตำบลทุ่งนางาม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี. วารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์, 4(3), R6845 . สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/rabij/article/view/6845
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิตติ พุทธนพ, ยุทธนา ประณีต และเติมศักดิ์ ทองอินทร์. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองระบอบประชาธิปไตยในอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 6(1), R-48- R-58.

จิราภพ ทวีสูงส่ง (2566). ทำไม ? “เรา” ต้องมีส่วนร่วมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย. เข้าถึงได้จาก https://www.thaipbs.or.th/now/content/161.

ที่ว่าการอำเภอลานสัก. (2567). ทะเบียนประชากร. (อัดสำเนา).

ธเดช ชวัลลักษณ์ (2564). การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยของเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 3(2), 1-9

ธัญญพัทธ์ ภูริพินิศนันท์. (2565). การกระจายอำนาจกับการพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์, 8(1), 85-100.

พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตโต). (2559). พุทธธรรม: ฉบับปรับขยาย. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย.

พระมหาฬี เป็ญ, สุมาลี บุญเรือง และสุรพล สุยะพรหม. (2566). การประยุกต์หลักอปริหานิยธรรมเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน จังหวัดลพบุรี. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 6(6), 226-239.

สถาบันพระปกเกล้า. (2560). การปกครองส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560.เข้าถึงได้จาก wiki.kpi.ac.th%E0%B8%B1% A3%E0%B8%B2

%E0%B8%8A_2560.

สุกัญญาณัฏฐ อบสิน, จำนงค์ อดิวัฒนสิทธิ์ และสุรพล สุยะพรหม. (2564). การพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการเลือกตั้งทั่วไปของจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง, 10(2), 165-175.

Yamane, Taro. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. (3rd ed.). New York : Harper & Row.