บทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสังคหวัตถุธรรม

Main Article Content

พิมพ์ชนก อินยา
สุกัญญาณัฐ อบสิณ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับบทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสังคหวัตถุธรรม 2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสังคหวัตถุธรรมกับบทบาทสตรีในการปกครองท้องที่ในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และ 3) เสนอแนวทางในการพัฒนาบทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ตามหลักสังคหวัตถุธรรมในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ด้วยแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.987 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญโดยเลือกแบบเจาะจง จำนวน 21 รูป/คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการศึกษา พบว่า 1) บทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสังคหวัตถุธรรม โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (equation = 3.33, S.D. = 0.56) และบทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่โดยรวมอยู่ในระดับปานกลางเช่นกัน (equation = 3.39, S.D. = 0.58) 2) หลักสังคหวัตถุธรรมมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับบทบาทสตรีในการปกครองท้องที่ในระดับสูงมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.776**) และ 3) แนวทางในการพัฒนาบทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ตามหลักสังคหวัตถุธรรม ประกอบด้วย (1) ด้านทาน ควรส่งเสริมให้สตรีมีจิตสาธารณะ มีความเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และบริหารทรัพยากรเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างเป็นธรรม (2) ด้านปิยวาจา ควรพัฒนาทักษะการสื่อสารของสตรีผู้นำให้มีความสุภาพ สร้างสรรค์ รับฟังความคิดเห็น และสร้างความเข้าใจอันดีภายในชุมชน (3) ด้านอัตถจริยา ควรส่งเสริมให้สตรีมีบทบาทในการพัฒนาชุมชน ดูแลกลุ่มเปราะบาง รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน รวมทั้งดำเนินงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และ (4) ด้านสมานัตตตา ควรส่งเสริมให้สตรีปฏิบัติต่อประชาชนอย่างเสมอภาค โปร่งใส ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและความสม่ำเสมอ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อินยา พ. ., & อบสิณ ส. . (2026). บทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ในเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสังคหวัตถุธรรม. วารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์, 4(3), R6842. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/rabij/article/view/6842
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

การปกครองส่วนท้องที่ จังหวัดนครสวรรค์. (2567). ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารงานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ. (อัดสำเนา).

จิตรา แสงวัฒนาฤกษ์. (2563). บทบาทผู้นําสตรีจิตอาสาเชิงพุทธบูรณาการ. วารสารสันศึกษาปริทรรศน์ มจร, 8(4), 1622-1638.

ชยาภรณ์ จตุรพรประสิทธิ์, ธนภัทร์ อภิเศรษฐ์กูล และกัญญาภัค อยู่เมือง. (2560). บทบาทผู้นำสตรีในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษา เทศบาลนครแหลมฉบัง จ.ชลบุรี. วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย, 9(3), 581-611.

โนรูลอัยดา ยะโก๊ะ และคณะ (2567). การพัฒนาบทบาทผู้นำสตรีในชุมชนเมืองอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส. วารสารอินทนิลบริหารศาสตร์, 1(1), 65-80.

มนัญชยา ใจกล้า และปะการัง ชื่นจิตร. (2562). บทบาทผู้นำสตรีในการปกครองท้องที่กรณีศึกษา ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่. (การค้นคว้าอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์). บัณฑิตศึกษา : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. (2566). ข้อมูลสถิติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566. (อัดสำเนา).

อัญธิษฐา อักษรศรี และวันชัย แสงสุวรรณ. (2564). บทบาทของสตรีไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0. วารสารวิจัยวิชาการ, 4(3), 297–310.

อารีย์ ชูเฉลิม และสยาม ดำปรีดา (2566). บทบาทสตรีกับการปกครองท้องที่ตามหลักสังคหวัตถุธรรมในเขตอำเภอชุมตาบง จังหวัดนครสวรรค์. วารสารวิจยวิชาการ, 6(2), 293-304.

อำเภอเมืองนครสวรรค์. (2567). ทะเบียนประชากร. (อัดสำเนา).

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. New York : Harper & Row.