ปัจจัยที่ส่งผลต่อความนิยมทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่นตำบลยางตาล อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับปัจจัยที่มีผลต่อความนิยมทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่นในตำบลยางตาล อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักสังคหวัตถุธรรมกับปัจจัยที่ส่งผลต่อความนิยมทางการเมืองของประชาชนในพื้นที่ 3) เสนอแนวทางที่ส่งผลต่อความนิยมทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่น ตำบลยางตาล อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักหลักสังคหวัตถุธรรม การวิจัยนี้ใช้แบบผสานวิธี ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 366 คน จากประชาชนในตำบลยางตาล ซึ่งมีประชากรทั้งหมด 4,260 คน โดยใช้แบบสอบถามและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และมีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 18 คน วิเคราะห์ข้อมูลเนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า 1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความนิยมทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่นตามหลักสังคหวัตถุธรรม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.72, S.D. 0.32) และปัจจัยที่ส่งผลต่อความนิยมทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่น ตำบลยางตาล อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ โดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุดเช่นกัน (
= 4.65, S.D. 0.34) 2) ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสังคหวัตถุธรรมกับปัจจัยที่ส่งผลต่อความนิยมทางการเมืองของประชาชนในพื้นที่ โดย ภาพรวม มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ (0.01) โดยมีความสัมพันธ์ในทางบวก โดยภาพรวมอยู่ในระดับสูง Pearson Correlation (r) (0.668**) และ 3) แนวทางที่ส่งผลต่อความนิยมทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่น ปัจจัยสำคัญได้แก่ 1) การเป็นผู้ให้ ช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงใจและเป็นระบบ 2) การทำงานด้วยจิตอาสา ร่วมมือกับประชาชนในการทำงาน 3) การแก้ปัญหาตรงจุด ตอบสนองปัญหาอย่างทันท่วงที 4) การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ พูดจาสุภาพและเข้าใจง่าย 5) การสงเคราะห์ประชาชน ช่วยเหลือและรักษาศีลธรรมในการทำงาน 6) การวางตนเป็นตัวอย่าง เข้าถึงประชาชนและทำงานสม่ำเสมอ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ณัฎฐกานต์ หงส์กุลเศรษฐ์. (2567). การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการเลือกตั้งทั่วไปของจังหวัดนครราชสีมา. วารสารสันติสุขปริทรรศน์, 5(1),17-31
ธรรมรัตน์ ธรรมยาฤทธิ์. (2561). ความนิยมทางการเมืองของประชาชนหมู่บ้านเสื้อแดงจังหวัดอุดรธานีที่ มีต่อพรรคเพื่อไทยภายหลังการรัฐประหาร 2557. วารสารการเมืองการปกครอง, 8(3), 29.
นนท์ชนันท์กรณ์ ฝ่ายเทศ. (2563). คุณลักษณะผู้นำทางการเมืองท้องถิ่นที่พึงประสงค์ตามหลักสัปปุริสธรรม ของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี. ใน การประชุมวิชาการที่มีรายงานการประชุม ปี 2563, หลักสูตรบัณฑิตศึกษา ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วันดี ขันแก้ว, สายัณห์ อินนันใจ และ สมจิต ขอนวงค์. (2567). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารท้องถิ่นในการพัฒนาชุมชนองค์การบริหารส่วนตำบลพลงตาเอี่ยม อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง. วารสารสังคมศาสตร์และศาสตร์รวมสมัย, 5(2), 66-80
สุชานุช พันธนียะ และฮาซันอักริม ดงนะเด็ง.(2563). “คุณลักษณะของนักการเมืองท้องถิ่นที่พึง ประสงค์ในทัศนะของประชาชนในเขตเทศบาลนครตรัง”. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 18(3), 17-35.
หฤษฏ์ เดชกำแหง, ธนกฤต โพธิ์เงิน และ วิทยา สุจริตธนารักษ์. (2567). ความนิยมทางการเมืองของประชาชนที่ส่งผลต่อพฤติกรรมนักการเมืองในจังหวัดปทุมธานี. วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 4(3), 106-129.
อภิชัย พิทยานุรักษกุล, สุมาลี บุญเรือง, สุรพล สุยะพรหม. (2567). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมความไว้วางใจของประชาชนที่มีผลต่อการลงคะแนนเลือกนายกเทศมนตรี ในจังหวัดชลบุรี. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 7(4), 379–390.
อสมา มังกรชัย. (2564). มองโครงสร้างอำนาจชายแดนใต้ผ่านการวิเคราะห์การสะสมทุนของนักการเมืองมุสลิมมลายู กรณีศึกษา อับดุลลาเต๊ะ ยากัด. วารสารเศรษฐศาสตร์การเมืองบูรพา, 9(2), 82-101.