วารสารปรัชญาอาศรม https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar <p><strong>Online ISSN</strong> : 2774-0994 <strong>Print ISSN</strong> : 2774-0986</p> <p><strong>วัตถุประสงค์</strong><br />1) เพื่อเผยแพร่บทความทางวิชาการ ด้านปรัชญา วัฒนธรรม และศาสนา<br />2) เพื่อเผยแพร่บทความวิชาการ ด้านมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ที่ประยุกต์องค์ความรู้จากมิติทางด้านปรัชญา วัฒนธรรม และศาสนา</p> <p><strong>หลักเกณฑ์</strong><br />1) กำหนดการเผยแพร่วารสาร ปีละ 2 ฉบับ (ฉบับละ 12 บทความ)<br /> ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน <br /> ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม <br />2) เปิดรับ (1) บทความวิจัย และ (2) บทความวิชาการ เท่านั้น <br />3) ทุกบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างน้อย 2 หรือ 3 ท่าน <br />4) บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อการตีพิมพ์ในวารสารอื่น <br />5) ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ในการเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์อย่างเคร่งครัดรวมทั้งจัดรูปแบบ ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่วารสารกำหนด <br />6) ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ</p> <p><strong>พิจารณาและคัดเลือกบทความ<br /></strong>บทความแต่ละบทความจะได้รับพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองบทความวารสาร (Peer Review) อย่างน้อย 2 หรือ 3 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์ โดยการพิจารณาบทความจะมีรูปแบบที่ผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อหรือข้อมูลของผู้เขียนบทความ และผู้เขียนบทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความ (Double – blind peer review)</p> มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย th-TH วารสารปรัชญาอาศรม 2774-0986 แนวคิดมนุษยนิยมกับสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/2981 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดมนุษย์นิยมและสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย ภายใต้นโยบาย กฎหมาย และระเบียบเกี่ยวกับการจัดการปัญหาการไร้รัฐไร้สัญชาติของรัฐบาลไทย ผลการศึกษาพบว่านโยบาย กฎหมายเกี่ยวกับการให้สถานะบุคคลและรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไร้รัฐไร้สัญชาตินั้น รัฐบาลจะจำแนกสถานะบุคคลของคนไร้รัฐไร้สัญชาติเป็นกลุ่ม ๆ และนำสิทธิขั้นพื้นฐานผูกไว้กับสถานะทางกฎหมายของแต่ละคน โดยแต่ละบุคคลมีสิทธิและเสรีภาพที่ไม่เท่ากัน</p> <p>จากมุมมองของทฤษฎีมนุษยนิยม เกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไร้รัฐไร้สัญชาตินั้น มนุษย์ทุกคนเกิดมามีศักภาพ มีความสามารถในการพัฒนาการตนเอง และเชื่อว่ามนุษย์สามารถค้นพบความหมาย คุณค่า และเป้าหมายของชีวิตได้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยเชื่อในระบอบประชาธิปไตย หลักสิทธิมนุษยชน การมีเสรีภาพ มีความเท่าเทียมกัน</p> <p>มนุษย์ทุกคนต้องได้รับปฏิบัติในอย่างเท่าเทียมกันในสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะมนุษย์ คือการรับรองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่ถูกเลือกปฏิบัติเพราะความแตกต่างในเชื้อชาติ สัญชาติ สีผิว เพศ รสนิยมทางเพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง สถานะทางเศรษฐกิจ ชาติกำเนิด ความพิการ สถานะสุขภาพ หรือสถานะอื่น ๆ</p> <p>ดังนั้นการไร้รัฐไร้สัญชาติ เนื่องจากรัฐยังไม่รับรอง หรือยังไม่ได้พิสูจน์ ไม่อาจเป็นเหตุผลในการจำกัดหรือลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์พึ่งมีพึ่งได้มาตั้งแต่กำเนิดเป็นสิทธิตามธรรมชาติ และที่สำคัญการได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นปลักประกันที่มนุษย์จะสามารถพัฒนาตนเอง และค้นพบคุณค่าของมนุษย์ได้ตามหลักมนุษยนิยม รัฐจำเป็นต้องรับรอง คุ้มครอง และส่งเสริมให้คนทุกคนได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานโดยไม่ผูกไว้กับการมีสัญชาติ หรือมีเงื่อนไขอื่นใด รวมทั้งทุกคนต้องเคารพในสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยไม่ละเมิดต่อกัน</p> ละออ กู่แก้วเกษม พิรัชย์ เปรมศิรา Copyright (c) 2023 วารสารปรัชญาอาศรม 2023-11-21 2023-11-21 5 2 23 37 ศึกษาวิเคราะห์บริบททางพุทธศาสนาผ่านพิธีกรรมการสักยันต์ https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/3005 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพิธีกรรมการสักยันต์ในอดีตที่สะท้อนความที่มาผ่านบริบทของพุทธศาสนา ซึ่งการสักยันต์เป็นเรื่องราวของความเชื่อความศรัทธาด้วยพิธีกรรมที่เริ่มจากการท่องคาถาอาคมจากพระอาจารย์สืบทอดสู่พระอาจารย์ที่ทำหน้าที่สักยันต์และถ่ายทอดสู่ช่างสักที่เป็นคฤหัสถ์ ซึ่งบริบทพิธีกรรมการสักยันต์ของวัดบางพระ อำเภอนครชัยศรี&nbsp; จังหวัดนครปฐม เริ่มต้นโดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในนาม “หลวงพ่อ” ที่ยังสามารถถ่ายทอดพิธีกรรมการสักยันต์แก่พระลูกศิษย์สืบต่อรุ่นสู่รุ่น และส่งผลทำให้คนที่ศรัทธาในลายสักยันต์ที่กล่าวขานในเรื่องของพุทธคุณในลายสักยันต์ของ “หลวงพ่อเปิ่น” เป็นผู้คิดค้นกำเนิดขึ้น โดยเฉพาะลายยันต์เสือเผ่นเกิดความนิยมอย่างมากมีเอกลักษณ์เป็นที่ขนาดนามถึงพุทธคุณต่าง ๆ ในวงการสักยันต์ของไทยและขยายต่อไปยังนานาชาติ อีกทั้งบรรพชิตยังคงทำหน้าที่ของเกจิอาจารย์ทางด้านสักยันต์ให้เห็นทั่วไปอย่างคุ้นชินในสายตาของสังคมไทย แม้ปัจจุบันขั้นตอนและความเชื่อในพิธีกรรมการสักยันต์ของวัดบางพระได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยนิยมเพียงใด แต่การเลื่องลือของพุทธคุณในลายสักยันต์นี้ยังคงความขลังให้ผู้หลงใหลในพิธีกรรการสักยันต์ได้เข้ามารับการสักลายยันต์ของสายวัดบางพระ อำเภอนครชัยศรี&nbsp; จังหวัดนครปฐม ประดับไว้บนสักแห่งของร่างกายจวบจนกระทั่งทุกวันนี้</p> ชนัตถ์ วัฒนา ศรีสกุล ชัยเวียง Copyright (c) 2023 วารสารปรัชญาอาศรม 2023-11-29 2023-11-29 5 2 48 62 หลักมนุษยธรรมกับการศึกษาของเด็กเคลื่อนย้าย https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/3002 <p>เมื่อทุกคนเข้าใจว่าการศึกษามีไว้เพื่อปวงชน (Education for all) โดยเฉพาะเด็กทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาซึ่งเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต ทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การมือง ล้วนแต่จะต้องได้รับการศึกษาเล่าเรียน&nbsp; โดยเฉพาะเด็ก คือบุคคลอายุไม่เกิน 18 ปี จะไม่ถูกเลือกปฏิบัติทั้งด้านเชื้อชาติ&nbsp; ศาสนาและสัญชาติ&nbsp; จะต้องได้รับอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน&nbsp;</p> <p>สำหรับเด็กเคลื่อนย้าย (children on the move) ที่ได้เดินทางจากประเทศอื่นมาอาศัยอยู่อีกประเทศหนึ่ง&nbsp; มีทั้งที่เดินทางมาตามลำพัง&nbsp; และเดินทางมากับผู้ปกครอง&nbsp; ส่วนใหญ่จะพบว่าเด็กจะไม่มีเอกสารการทะเบียนราษฎร&nbsp; และการเดินทางเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp; ประเทศไทยมีพรมแดนกับเพื่อนบ้าน 4 ประเทศมีความยาวหลายพันกิโลเมตร&nbsp; จึงทำให้เด็กได้เข้ามาตามเส้นทางธรรมชาติ&nbsp; เด็กเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศ กลายเป็นคนไร้รัฐ&nbsp; ไร้สัญชาติอาศัยอยู่ในประเทศไทย</p> <p>แต่สำหรับสิทธิด้านการศึกษาตามหลักอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ที่รัฐบาลไทยเป็นประเทศสมาชิก&nbsp; ได้มีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ รวมถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ได้รับรองสิทธิด้านการศึกษาให้สำหรับเด็กทุกคน ส่วนการบริหารจัดการทางด้านเอกสารการแสดงตัวตนและจัดทำประวัติข้อมูลเด็กนักเรียน&nbsp; โดยกระทรวงศึกษาธิการได้จัดเป็นกลุ่มที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G (General) &nbsp;ผ่านระบบ G-Code เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 แล้วจะดำเนินการพิจารณาจัดทำทะเบียนประวัติกับสำนักบริหารการทะเบียนราษฎร&nbsp; กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สำหรับเด็กที่มีคุณสมบัติตามกฏหมายการทะเบียนราษฏรที่จะจัดทำประวัตินั้น จะต้องมีภูมิลำเนาเป็นหลักแหล่งในประเทศไทย ไม่ได้เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านหรือกำหนดเลขประจำตัวไว้ และไม่มีเอกสารการทะเบียนราษฎรของประเทศอื่น&nbsp;</p> <p>ผลการตรวจสอบคุณสมบัติปรากฏเด็กบางคนไม่สามารถจัดทำทะเบียนประวัติได้ เพราะไม่ได้มีภูมิลำเนาเป็นหลักแห่งในประเทศไทย โดยมีการกลับไปต่างประเทศช่วงหยุดเรียน และเด็กบางคนเกิดในประเทศไทย แต่ไม่ได้แจ้งเกิด เด็กบางคนเป็นผู้ติดตามบิดามารดาผู้เป็นแรงงานข้ามชาติ เป็นต้น &nbsp;ทำให้เด็กตกเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติ&nbsp;</p> <p>ปัจจุบันแม้เด็กจะมีสถานที่อยู่อาศัยในประเทศไทย แต่ไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆ จะจัดกลุ่มเป็นบุคคลประเภทใด เป็นผู้เข้าเมืองในลักษณะใด เด็กมีความเสี่ยงจากการเดินทางที่ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กบางคนเดินทางมาตามลำพัง&nbsp; อาจจะตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จึงจะต้องสร้างระบบการเคลื่อนย้ายเด็ก และจะต้องรับรองความปลอดภัยได้อย่างไร นอกจากนั้นพบว่าเด็กยังไม่ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพราะเด็กเคลื่อนย้าย&nbsp; จะจัดการศึกษาที่เหมาะได้อย่างไร&nbsp; ซึ่งจะต้องสร้างความร่วมมือทั้งประเทศต้นทางและประเทศปลายทาง&nbsp; จากกรณีศึกษาเด็กนักเรียน จำนวน 126 คน ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 จังหวัดอ่างทอง&nbsp; ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยกขึ้นมาเป็น กรณีศึกษา เพราะยังอยู่ในความสนใจของสังคม&nbsp; ได้มีมุมมอง หลากหลายมิติ แล้วจะได้นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอให้กับรัฐบาลต่อไป ทั้งด้านการเดินทางข้ามแดนมาอยู่อาศัยในฐานะเป็นเด็กนักเรียน นักศึกษา แต่ถูกดำเนินคดีข้อกล่าวว่าว่าเป็นผู้เข้ามาในราชอาณษจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฏหมายคนเข้าเมืองแล้วมีการดำเนินการส่งกลับพร้อมกับกล่าวโทษอยู่ระหว่างการดำเนินคดีกับผู้นำพาและให้ที่พักพิง ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญมากที่จะนำไปสู่การสร้างกลไกการบริหารจัดการของรัฐบาล</p> สันติพงษ์ มูลฟอง พัชยานี ศรีนวล Copyright (c) 2023 วารสารปรัชญาอาศรม 2023-12-01 2023-12-01 5 2 63 78 ผลประโยชน์ทางการเมืองกับจริยธรรม https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/3003 <p>บทความความทางวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์2ประการ คือ (1)เพื่อศึกษาแนวคิดที่เห็นว่าจริยธรรมเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางการเมือง (2) เพื่อสร้างความโปร่งใสทางการเมืองก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในสังคมการปกครองในรูปแบบใดก็ตามที่มีอยู่ในโลกนี้ ย่อมมีกลุ่มผลประโยชน์ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ กลุ่มผลประโยชน์มีหลายประเภท บางกลุ่มเป็นกลุ่มใหญ่ บางกลุ่มเป็นกลุ่มเล็กมีบทบาทมีอำนาจในการต่อรองเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองในด้านแนวคิดและด้านการบริหารงาน ผู้นำต้องมีทัศนคติที่ดี มีจริยธรรมและนำหลักคำสอนของพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมและประเทศชาติ</p> <p>พอจะสรุปได้ว่า คุณธรรม จริยธรรม ควรมีในจิตวิญญาณของผู้นำรวมในยุคปัจจุบันที่อยู่ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขโดยยึดเสียงของประชาชนเป็นเกณฑ์ในการบริหารงานภาครัฐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ได้กำหนดหน้าที่ของประชาชนไทยไว้ ในมาตรา 51-63 คุณธรรมของคนไทยมาประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งการนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาใช้ในการบริหารบ้านเมืองนั้นจะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีจริยธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา เป็นเครื่องมือในการปกครองของคนไทยในสมัยปัจจุบัน และผู้นำควรสนองงานของพระมหากษัตริย์ในการบริหารบ้านเมืองต่อไป</p> ภูเบศร์ ติ๊บปะ คะนอง กันทะสัก Copyright (c) 2023 วารสารปรัชญาอาศรม 2023-12-03 2023-12-03 5 2 79 91 พุทธจริยศาสตร์บูรณาการกับการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/3248 <p>พุทธจริยศาสตร์ เป็นพุทธปรัชญา มีรากฐานจากคำสอนในพระพุทธศาสนา เป็นหลักการส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีงามให้เกิดขึ้นในบุคคล ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข การบูรณาการพุทธจริยศาสตร์กับการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม เป็นการพัฒนาองค์ความรู้การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจเป้าหมายเพื่อพัฒนาตนเองสู่ความพ้นทุกข์ และช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นให้อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเป็นสุข</p> <p>การดำเนินการพัฒนาศักยภาพบุคคลให้สามารถดูแลสุขภาพตนเองโดยบูรณาการพุทธจริยศาสตร์กับการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมอย่างต่อเนื่องจนเป็นวิถีชีวิต ประกอบด้วย องค์ความรู้หลักการแพทย์วิถีธรรมบูรณาการพุทธจริยศาสตร์ 1) เทคนิคเลิศด้วยหลักพุทธจริยศาสตร์ ใช้ธรรมะละบาป บำเพ็ญบุญกุศล เพิ่มพูนใจไร้กังวล รู้เพียรรู้พักให้พอดี สานพลังกับหมู่มิตรดี ฝึกฝนการพึ่งตนและช่วยเหลือผู้อื่น 2) เทคนิคหลัก รับประทานอาหารปรับสมดุลและออกกำลังกายให้พอเหมาะ 3) เทคนิคเสริม ระบายพิษปรับสมดุลร่างกายให้พอเหมาะ นวัตกรรมการบูรณาการพุทธจริยศาสตร์กับการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ในวิถีชีวิต ด้วยการปฏิบัติ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) คบและเคารพมิตรดี 2) มีอริยศีล 3) ทำสมดุลร้อนเย็น 4) พึ่งตนด้วยอิทธิบาท 4 และ 5) แบ่งปันด้วยใจที่บริสุทธิ์ด้วยพรหมวิหาร 4 เป็นแนวทางในการพัฒนามนุษย์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลสุขภาพตนเองให้มีสุขภาวะองค์รวมที่สมบูรณ์ คือ มีชีวิตที่พอเพียงเรียบง่าย ร่างกายแข็งแรง มีมิตรดี สังคมดี สิ่งแวดล้อมดี จิตใจดีงาม จิตใจเป็นสุข เป็นลำดับ ๆ ต่อไป</p> ภัคธร คุ้มกิตติพร นิตยาภรณ์ ปทุมวัน Copyright (c) 2023 วารสารปรัชญาอาศรม 2023-12-17 2023-12-17 5 2 110 129 พุทธจริยศาสตร์ในการปฏิบัติศาสนกิจเพื่อสนองงานกิจการคณะสงฆ์ 6 ด้าน https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/1902 <p>การศึกษาในครั้งนี้เพื่อศึกษาพุทธจริยศาสตร์ในการปฏิบัติศาสนกิจเพื่อสนองงานกิจการคณะสงฆ์ 6 ด้าน ของพระนิสิต และเพื่อพัฒนาหาแนวทางหาแนวทางการดำเนินงานในการปฏิบัติศาสนกิจเพื่อสนองงานกิจการคณะสงฆ์ ๖ ด้าน ในการวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ประกอบด้วยการวิจัย <br />2 ส่วน คือ การศึกษาเอกสาร และการศึกษาภาคสนาม มีแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลและรวบรวมข้อมูลในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า</p> <p> พุทธจริยศาสตร์ในการปฏิบัติศาสนกิจเพื่อสนองงานกิจการคณะสงฆ์ 6 ด้านของพระนิสิต ในด้านของการปกครอง ควรยึดหลัก อปริหานิยธรร7 ด้านการศาสนศึกษา ควรยึดหลัก พละ 5 ด้านการเผยแผ่ ควรยึดหลักสังคหวัตถุ 4 ด้านการสาธารณูปการ ควรยึดหลักทศธรรม ด้านการศึกษาสงเคราะห์ ควรยึดหลักสัปปุริสธรรม 7 ด้านการสาธารณะสงเคราะห์ ควรยึดหลัก บารมีธรรม</p> <p> แนวทางการดำเนินงานในการปฏิบัติศาสนกิจเพื่อสนองงานกิจการคณะสงฆ์ 6 ด้าน พบว่า (1) ด้านการปกครอง พระนิสิตต้องให้ความสำคัญและกระทำร่วมกับเจ้าอาวาสหรือเจ้าสำนัก แต่การที่จะให้สงฆ์ทุกรูปยอมรับซึ่งกันและกันเพื่อความสามัคคีก็จะต้องอาศัยความพร้อมเพรียงกันทุกๆ (2) ด้านการศาสนศึกษา เป็นหลักธรรมยืดเหนี่ยวจิตใจของผู้ปฏิบัติให้ถึงซึ่งหนทางแห่งความสำเร็จเพราะการทำงานในแต่ละด้าน ย่อมจะเกิดปัญหาตามมาบ้าง การทำงานจึงต้องอาศัยหลักธรรมเพื่อเป็นแนวทางการทำงานประพฤติและปฏิบัติย่อมส่งผลให้มีความราบรื่นผ่านพ้นอุปสรรคได้ (3) ด้านการเผยแผ่ พระนิสิตเมื่อได้ศึกษาในภาคทฤษฏีแล้วย่อมมีประสบการณ์ด้านการทำงาน การเผยแผ่ความรู้ในด้านต่างๆ ที่พระนิสิตมีความรู้และสามารถทำได้ ตามความรู้ความสามารถที่พระนิสิตมีอยู่ให้กับคนในสังคมได้ (4) ด้านการสาธารณูปการ การให้ทานเป็นการการสละทรัพย์สิ่งของ และการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม (5) ด้านการศึกษาสงเคราะห์ การสนับสนุนส่งเสริมด้านทุนทรัพย์ อุปกรณ์การเรียน หรือจัดโครงการอบรมให้ความรู้การดำเนินชีวิตและหลักธรรมคำสอน (6) ด้านการสาธารณะสงเคราะห์ พระนิสิตมีความช่วยเหลือผู้อื่นในด้านต่าง ๆ มีความเมตตา กรุณา และทานเป็นพิเศษ</p> พระครูกิตติภัทรานุยุต (จักรินทร์ มาชวน) Copyright (c) 2023 วารสารปรัชญาอาศรม 2023-12-20 2023-12-20 5 2 130 147 ต่อมไพเนียลกับการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์และการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณจากมุมมองทางปรัชญา https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/3152 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจบทบาทของต่อมไพเนียลในการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์และการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณจากมุมมองทางปรัชญา โดยจะกล่าวถึงหน้าที่ของต่อมไพเนียล ข้อถกเถียงทางปรัชญาในประวัติศาสตร์ และความสนใจในปัจจุบันในการกระตุ้นต่อมไพเนียล นอกจากนี้ยังสำรวจเทคนิคและการปฏิบัติต่างๆ ที่กระตุ้นการทำงานของต่อมไพเนียล เช่น การทำสมาธิ การมองดูดวงอาทิตย์ และการบำบัดด้วยเสียง ต่อมไพเนียลซึ่งเป็นต่อมไร้ท่อขนาดเล็กในสมอง มีหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งควบคุมวงจรการนอนหลับและตื่นและการทำงานของร่างกายอื่นๆ เชื่อกันว่ามีบทบาทสำคัญในการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณและการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ นักปรัชญาได้หารือถึงศักยภาพของต่อมไพเนียลในการปลดล็อคสภาวะจิตสำนึกที่สูงขึ้นและความเข้าใจทางจิตวิญญาณมาตลอดในประวัติศาสตร์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีความสนใจเพิ่มขึ้นในต่อมไพเนียลและมี่ความเป็นไปได้ในการส่งเสริมศักยภาพของมนุษย์และการเติบโตทางจิตวิญญาณ บทความนี้ยังกล่าวถึงปรากฏการณ์ของการเกิดหินปูนและการลดหินปูนในต่อมไพเนียล ซึ่งภาวะนี้อาจส่งผลต่อการทำงานของต่อมไพเนียล ตลอดจนสุขภาพและความเป็นอยู่โดยรวม นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ของต่อมไพเนียลกับการมองดูดวงอาทิตย์ ความถี่ การทำสมาธิ และตาที่สาม</p> พระมหาประสิทธิ์ ธมฺมวโร ศรีจันทร์ ฟูใจ Copyright (c) 2023 วารสารปรัชญาอาศรม 2023-12-26 2023-12-26 5 2 164 181 วิเคราะห์มโนคติเรื่องอภิมนุษย์ในผลงานทางปรัชญาของนิทเช่ https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/2096 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) ศึกษาแนวคิดมนุษย์ในทัศนะของปรัชญาและศาสนา 2) ศึกษาประวัติและผลงานทางปรัชญาของนิทเช่ ที่เกี่ยวกับมนุษย์ 3) วิเคราะห์มโนคติเรื่องอภิมนุษย์ในผลงานทางปรัชญาของนิทเช่</p> <p>พบว่า แนวคิดมนุษย์ในปรัชญาและศาสนา มนุษย์เป็นวัตถุประกอบขึ้นด้วยร่างกายและจิตใจ มีแบบแห่งความคิด บางแนวคิดพระเจ้าเป็นผู้สร้างมนุษย์ มนุษย์มีพฤติกรรม การตัดสินใจ ศักดิ์ศรี เสรีภาพ ความรู้ ศีลธรรม จริยธรรม ใช้สติปัญญา การเข้าถึงประโยชน์ของมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญ</p> <p>แนวคิดมนุษย์ของนิทเช่ มนุษย์เกิดขึ้นจากบริบทและการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ เช่น การดิ้นรนในศักดิ์ศรี เจตจำนงสู่อำนาจ การแยกแยะความดีความชั่ว คุณค่า จิตสำนึก และใน Thus Spoke Zarathustra มนุษย์มีคุณธรรม ความดี การเสียสละ ใน Human All Too Human มนุษย์มีชีวิตและประสบการณ์ผ่านทางอารยธรรม และใน The Will To Power มนุษย์มีแนวคิดว่ามนุษย์คือสิ่งที่ได้มาจากการตีความอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากเจตจำนงสู่อำนาจ</p> <p>มโนคติเรื่องอภิมนุษย์ ประกอบด้วย (1) อภิมนุษย์เชิงจิตตะ เป็นการเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของจิตสำนึก 2) อภิมนุษย์เชิงอัตตะ เป็นคุณค่า ความจริงของการดิ้นรนสู่สภาวะที่ดีกว่า 3) อภิมนุษย์เชิงธรรมะ เป็นการเข้าใจถึงจุดกำเนิดความหมายของความดีที่มีอยู่ในเจตคติ และ 4) อภิมนุษย์เชิงคณิตะ สามารถรับรู้คุณค่าและความดีเพื่อคุณธรรม</p> ธรรมรัตน์ มาทิพย์ Copyright (c) 2023 วารสารปรัชญาอาศรม 2023-11-01 2023-11-01 5 2 1 13 ศึกษาวิเคราะห์ปรัชญาการเมืองของนิคโคโล แมคเคียวาลี https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/2211 <p>บทความวิชาการ นี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาบริบททางปรัชญาการเมืองของนักปรัชญาตะวันตก 2) เพื่อศึกษาแนวคิดปรัชญาการเมืองของนิคโคโล แมคเคียวาลี 3) เพื่อวิเคราะห์แนวคิดปรัชญาการเมืองของนิคโคโล แมคเคียวาลี เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร (Ducumentary Research) มีขอบเขตการศึกษาวิจัย จากผลงานหนังสือปรัชญาการเมืองของ แมคเคียวาลี ฉบับแปลภาษาไทย ได้แก่ The Prince (เจ้าผู้ปกครอง) แปลโดย สมบัติ จันทรวงศ์ และ แมคเคียวาลี : เจ้าทฤษฎีการเมืองสมัยใหม่, แปลโดย ศิริรัตน์ ณ ระนองเป็นหลัก ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) บริบทการเมืองการปกครองของตะวันตก เป็นแบบอัตตาธิปไตย คณาธิปไตย และประชาธิปไตย สุดแต่นครรัฐหรือสาธารณรัฐจะนำไปใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตน ในด้านผู้ปกครอง จะเป็นแบบราชา “เจ้าชาย” ผู้นำเผด็จการ หรือ ผู้นำประชาธิปไตย เมื่อพิจารณาบริบทด้านการเมืองการปกครองจะเห็นการแย่งอำนาจความเป็นใหญ่อย่างรุนแรง ระหว่างศาสนจักรกับอาณาจักร 2) The Prince ปรัชญาการเมืองของ แมคเคียวาลี เป็นคู่มือการปกครองเกี่ยวกับหลักวิธีการได้อำนาจและรักษาอำนาจ โดยวิเคราะห์ว่า มนุษย์เราตามธรรมชาติ เป็นคนเลว และมีความทะเยอทะยานไม่จบสิ้น แต่มนุษย์เราก็ปลูกฝังให้ดีขึ้นได้ แท้จริงแล้วไม่มีใครดี หรือเลวไปเสียทั้งหมด แม้เขา อาจจะมองคนในแง่ร้าย แต่ก็เต็มไปด้วยความหวังที่แสวงหาสังคมที่ดีกว่าอยู่เสมอ องค์ประกอบของปรัชญาทางการเมืองมีอำนาจ 3 ประการ คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ กระบวนการใช้อำนาจนั้น ไม่คำนึงถึงวิธีการใด ๆ แต่จะคำนึงถึงเป้าหมายเป็นหลัก ทั้งนี้ ในการปกครองรัฐนั้น ต้องควบคุมด้วยกฎหมายอย่างจริงจัง มากกว่าที่จะใช้ระบบศีลธรรม และคุณธรรม ซึ่งก็คือการปกครองรัฐแบบฆราวาส 3) ด้านการวิเคราะห์แนวคิดปรัชญาการเมืองของนิคโคโล แมคเคียวาลี ถือว่าผู้ปกครองที่ปรารถนาจะอยู่ในอำนาจอย่างมั่นคง จึงต้องทำให้ความต้องการเหล่านั้นบรรลุผล เพื่อความสำเร็จและการยินยอมจากพวกเขา เพราะความ มีเหตุผลกับอำนาจมักจะไปด้วยกันไม่ค่อยได้ จึงแนะนำให้ผู้ปกครองต้องพร้อมที่จะแสดง บทบาทของสิงโต หรือ สุนัขจิ้งจอก โดยการใช้กำลัง หรือไหวพริบตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น</p> พระณรงค์ศักดิ์ ปันสี Copyright (c) 2023 วารสารปรัชญาอาศรม 2023-11-21 2023-11-21 5 2 14 22 ศึกษาวิเคราะห์คุณค่าของรัตนชาติที่ปรากฏในงานพุทธศิลป์ https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/2908 <p>บทความวิชาการนี้กล่าวถึงการศึกษาวิเคราะห์คุณค่ารัตนชาติหรืออัญมณีในพุทธศิลป์ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ (๑) เพื่อศึกษารัตนชาติที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท (๒) เพื่อศึกษาคุณค่าของรัตนชาติที่ใช้ในงานพุทธศิลป์ และ (๓) เพื่อวิเคราะห์เหตุผลของการใช้อัญมณีในพุทธศิลป์ วิธีวิจัยที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์เอกสารเป็นหลัก</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า คำว่า รัตนะ ในคัมภีร์เถรวาท หมายถึง สิ่งที่มีค่ามาก เช่น พระรัตนตรัย เป็นต้น พระวินัยห้ามพระครอบครองเพชรพลอย หากพบว่า พระรูปใดมีเพชรในครอบครองจะถูกปรับ นอกจากนี้ เพชรพลอยที่ปรากฏในพระคัมภีร์ล้วนเป็นอุปลักษณ์ของหลักการหรือคุณสมบัติที่ใช้กับทุกคน</p> <p>ด้านมูลค่ารัตนชาติที่ใช้ในงานพุทธศิลป์ พบว่า มีคุณค่าทั้งเชิงสัญลักษณ์และด้านความงาม อัญมณีมักถูกใช้เพื่อประดับวัตถุทางศาสนา เช่น รูปปั้น สถูป และเครื่องประดับวัด คุณค่าของอัญมณีในพุทธศิลป์แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมและประเพณีของแต่ละภูมิภาค ตัวอย่างเช่น เพชรอาจเป็นสัญลักษณ์ของปัญญาและความชัดเจน ในขณะที่ทับทิมอาจแสดงถึงความเมตตาและอำนาจ การรวมหินเหล่านี้ไว้ในงานศิลปะช่วยสื่อสารคุณสมบัติเหล่านี้ทางสายตาและให้ความหมายทางจิตวิญญาณแก่พบเห็น</p> <p>จากการวิเคราะห์เหตุผลและคุณค่าที่เกี่ยวข้องกับการใช้รัตนชาติหรืออัญมณีในพุทธศิลป์ เห็นได้ชัดว่าประเพณีการนำอัญมณีมาปฏิบัติสืบทอดกันมานานหลายศตวรรษ ความงาม สัญลักษณ์ ความหายาก และความคงทนของอัญมณีมีส่วนทำให้งานศิลปะมีความงามและความน่าดึงดูดใจ อัญมณียังเป็นสัญลักษณ์ในด้านต่าง ๆ ของพระพุทธศาสนาและแสดงถึงความเคารพต่อพระพุทธเจ้าและคำสอนของพระองค์ การปรากฏตัวของพวกเขาในพุทธศิลป์ส่งเสริมความรู้สึกสงบ เยือกเย็น และน่าเกรงขาม ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการเติบโตทางจิตวิญญาณและการดำเนินชีวิตอย่างมีจริยธรรม ตัวอย่างที่โดดเด่น ได้แก่ เพชรเป็นสัญลักษณ์ของปัญญา ดอกบัวแทนความรู้แจ้ง และมรกตแสดงความสงสาร</p> <p>สรุปได้ว่าการใช้เพชรพลอยในพระไตรปิฎกเถรวาทและมัณฑนศิลป์มีความหมายลึกซึ้ง การรวมเข้าด้วยกันจะเพิ่มความสำคัญของงานศิลปะและอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อกับเส้นทางแห่งจิตวิญญาณ งานวิจัยนี้เน้นความสำคัญของอัญมณีในพุทธศิลป์ ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับคุณค่าทางสัญลักษณ์และความงามของอัญมณี และความสามารถในการทำให้เกิดประสบการณ์ทางจิตวิญญาณและการไตร่ตรอง การศึกษาเพิ่มเติมในพื้นที่นี้สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างพุทธศาสนา เครื่องประดับ และการแสดงออกทางศิลปะ</p> <p>&nbsp;</p> จุฑามาศ พันธุ์ทอง เยื้อง ปั้นเหน่งเพ็ชร์ วิโรจน์ วิชัย สมศักดิ์ พรมจักร Copyright (c) 2023 วารสารปรัชญาอาศรม 2023-11-29 2023-11-29 5 2 38 47 ศึกษาวิเคราะห์พุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/2207 <p style="font-weight: 400;">งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษาการจัดงานศพในพระพุทธศาสนา ๒) เพื่อศึกษาการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม ๓) เพื่อวิเคราะห์พุทธวิธีการจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม</p> <p style="font-weight: 400;">ผลการวิจัยพบว่า การจัดงานศพในพระพุทธศาสนา เช่น การจัดงานศพของพระพาหิยะ พระพุทธเจ้าตรัสเพียง จงยกร่างพระพาหิยะวางบนเตียงแล้วนำไปเผา ไม่มีพิธีกรรมหรือแม้แต่จิตกาธาน วิธีการที่เรียบง่ายนี้จึงลดการสิ้นเปลือง ลดความยุ่งยาก ส่วนพระบรมศพของพระพุทธเจ้าให้จัดแบบเดียวกับพระเจ้าจักรพรรดิ เพื่อการสักการะอย่างสูงสุด</p> <p style="font-weight: 400;">การจัดงานศพของชุมชนแพทย์วิถีธรรม ไม่มีพิธีกรรมอะไรที่ยุ่งยาก แต่ละชีวิตใครจะได้อะไรก็เกิดจากพฤติกรรมของตนเอง ถ้ายังล้างกิเลสได้ไม่หมดยังมีส่วนเหลือ การตายก็เป็นไปตามกฎของวัฏฏะ จนกว่าจะสิ้นกิเลส โดยใช้สาราณียธรรมมาช่วยเหลือกันด้วยความเมตตา&nbsp; เสียสละ แรงกาย แรงใจ แรงปัญญาร่วม เป็นการลดต้นทุนการในการจัดงานศพ</p> <p style="font-weight: 400;">การจัดงานศพของแพทย์วิถีธรรมเป็นการจัดแบบปัญญาพาพ้นทุกข์ เพราะสิ่งสำคัญคือความสงบสุข การปิติอิ่มใจของญาติ คือ ไม่ทำให้ผู้จัดเป็นหนี้ ไม่ทำให้สัตว์ตัวใดต้องตายเพราะการจัดงานศพ ปราศจากอบายมุข ไม่ผิดศีล ๕ ไม่ส่งเสริมการปาณาติบาตด้วยการเลี้ยงอาหารแบบมังสวิรัติ ไม่มีการลักทรัพย์ ไม่มีการโกหก ไม่มีอบายมุขที่จะทำให้คนหลงงมงาย ส่งเสริมให้ผู้มีปัญญาได้ระลึกถึงความตายของตนเองและผู้ตาย รู้ว่าสิ่งไหนดีควรปฏิบัติ สิ่งไหนไม่ดีไม่ควรปฏิบัติ</p> <p style="font-weight: 400;">คำสำคัญ : พุทธศาสนพิธี, พุทธวิธีการจัดงานศพ, ชุมชนแพทย์วิถีธรรม.</p> วรรรณา พลรบ Copyright (c) 2023 วารสารปรัชญาอาศรม 2023-12-04 2023-12-04 5 2 92 109 วิเคราะห์หลักพุทธธรรมในการบริโภคอาหารของชุมชนแพทย์วิถีธรรม https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/2198 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ1) เพื่อศึกษาการบริโภคอาหารตามหลักพุทธธรรม 2) เพื่อศึกษาการบริโภคอาหารตามแนวแพทย์วิถีธรรม3) วิเคราะห์หลักพุทธธรรมในการบริโภคอาหารของชุมชนแพทย์วิถีธรรม</p> <p>การบริโภคอาหารในพระไตรปิฎกใช้หลัก”<strong>อาหาร </strong><strong>4</strong>”ได้แก่ 1) <strong>กวฬิงการาหาร </strong>คือ คำข้าว โดยมุ่งการดับสัญญาของกามคุณ 5 ที่ไม่มุ่งเสพของอร่อย ให้เน้นที่ประโยชน์ 2) <strong>ผัสสาหาร</strong> สื่อผ่านความรู้สึกของปสาทรูปทางกายทางใจ โดยสัมผัสด้วย ตา หู จมูก สิ้น กาย ใจจนเกิดเวทนาสุขทุกข์ หรืออทุกขมสุขเมื่อได้สัมผัส 3) <strong>มโนสัญเจตนาหาร </strong>เจตนาของตัณหาในความชอบ ชัง ที่เกิดจากการบริโภค ทานในปริมาณพอดีอย่างมีสติ&nbsp; 4) <strong>วิญญาณอาหาร</strong> พิจารณาการดับให้ไม่เหลือด้วยวิราคะอันเกิดจากการติดยึด จากความอร่อยของอาหารในทุกมื้อของการบริโภค</p> <p>ส่วนการบริโภคตามแนวแพทย์วิถีธรรม สอนให้รู้จ้กเลือกอาหารไร้สารพิษให้เหมาะกับสภาพร่างกายและสภาพอากาศ เน้นความสมดุลร้อนเย็นตามธาตุร้อนและเย็นของแต่ละคน โดยรู้วิธีปรุงรสไม่จัด เคี้ยวละเอียด ทานอาหารตามลำดับการย่อยง่ายสู่การย่อยยากซึ่งประกอบด้วยหลักโภชนาการของกองอนามัยโลก</p> <p>เมื่อนำหลักทั้ง 2 มาผสมผสานกันอย่างสมดุลด้วยการทดลอง ปรับเปลี่ยน ไม่ยึดมั่นถือมั่นอย่างเรียบง่ายประหยัด พึ่งตนใน“<strong>การเป็นหมอดูแลตัวเอง”</strong> ได้แล้ว วิเคราะห์เห็นความสอดคล้องของหลักการบริโภคอย่างลงตัว มีผลให้ร่างกายแข็งแรง จิตใจที่ดีงามอย่างผาสุก นำไปแนะนำผู้อื่นต่อ ประหยัดเวลา ประหยัดงบประมาณให้ตนเอง มีผลดีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน.</p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>คำสำคัญ</strong>: หลักพุทธธรรม&nbsp; การบริโภคอาหาร ชุมชนแพทย์วิถีธรรม</p> จงกช สุทธิโอสถ Copyright (c) 2023 วารสารปรัชญาอาศรม 2023-12-25 2023-12-25 5 2 148 163