https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/issue/feed
วารสารปรัชญาอาศรม
2026-04-03T00:00:00+07:00
พระวิสิทธิ์ ฐิตวิสิทฺโธ (วงค์ใส), ผศ.ดร.
wisit.wong@mcu.ac.th
Open Journal Systems
<p><strong>Online ISSN</strong> : <a href="https://portal.issn.org/resource/ISSN/2774-0994">2774-0994</a> <strong>Print ISSN</strong> : <a href="https://portal.issn.org/resource/ISSN/2774-0986">2774-0986</a></p>
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/8305
โภชนปรัชญาแห่งเสรีภาพ: การวิเคราะห์พุทธจริยศาสตร์ว่าด้วยเทคโนโลยีของตนเองและสุขภาวะเชิงอธิปไตย
2026-02-04T15:14:21+07:00
อมรสิริ กลิ่นประทุม
amornsiri31@gmail.com
<p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สถานะของการบริโภคอาหารในฐานะ "ปฏิบัติการทางจริยศาสตร์" โดยรื้อถอนวาทกรรมที่ลดทอนการกินให้เหลือเพียงกิจกรรมเชิงชีวภาพ สู่การทำความเข้าใจในฐานะ "เทคโนโลยีของตนเอง" ตามแนวทางพุทธปรัชญา การศึกษาวิจัยผ่านกรอบคิดโภชเนมัตตัญญุตา พบว่าวิกฤตสุขภาพและภาวะจำยอมต่อตัณหา มิได้เป็นเพียงปัญหาทางกายภาพ แต่คือสภาวะการสูญเสียอำนาจปกครองตนเอง การพิจารณาอาหารด้วยโยนิโสมนสิการ จึงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเชิงมโนทัศน์ในการกำจัด "เวทนาเก่า" และยับยั้ง "เวทนาใหม่" ข้อค้นพบชี้ให้เห็นว่า การบริโภคที่ผ่านการใคร่ครวญคือกระบวนการขัดเกลาภววิทยา ที่เปลี่ยนสถานะของร่างกายจาก "พื้นที่แห่งสัญชาตญาณ" สู่ "ฐานรากแห่งสมาธิและปัญญา" อันเป็นเงื่อนไขจำเป็นของสุขภาวะที่สมบูรณ์ตามนิยามพุทธจริยศาสตร์ที่มุ่งเน้นเสรีภาพภายในอย่างแท้จริง</p>
2026-04-09T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปรัชญาอาศรม
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/8261
การวิเคราะห์เชิงพุทธปรัชญาว่าด้วย "วัตตบท 7" ในฐานะกลไกการเปลี่ยนผ่านภาวะเชิงภววิทยา
2026-02-04T13:54:26+07:00
ภัคสรร กาลือ
p.kalue@gmail.com
<p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิพากษ์และตีความมโนทัศน์ “วัตตบท7” ผ่านระเบียบวิธีวิจัยเชิงเอกสารและปรัชญาวิเคราะห์ โดยเปลี่ยนผ่านจากการบรรยายเชิงจริยธรรมพรรณนาไปสู่การวิเคราะห์ในฐานะ “เทคโนโลยีแห่งตน” และกลไกเชิงภววิทยา </p> <p>ผลการศึกษาพบว่า "วัตตบท 7" มิใช่เพียงชุดกฎเกณฑ์เพื่อการบรรลุเทวสภาวะในมิติเชิงความเชื่อ แต่คือสถาปัตยกรรมแห่งการจัดระเบียบผัสสะและการบริหารจัดการเจตจำนง ที่นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านสถานะเชิงภววิทยาจาก “มฆมาณพ” (มนุษย์) สู่ “ท้าวสักกะ” (อธิอัตตา) บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าคุณภาพชีวิตที่แท้จริงในเชิงพุทธปรัชญาคือภาวะ “อำนาจปกครองตนเอง” ผ่านการขัดเกลาคุณลักษณะภายใน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์แห่งอัตตาในโลกสมัยใหม่</p>
2026-04-09T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปรัชญาอาศรม
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/8311
ธรรมนาวา: การวิเคราะห์เชิงสัญศาสตร์และอุปมานิทัศน์เชิงภววิทยาในพุทธปรัชญาเถรวาท
2026-02-04T15:43:42+07:00
พระมหาสมบูรณ์ ธมฺมทินฺโน สายวรรณ
somboonsaiwan@gmail.com
<p>บทความนี้มุ่งวิเคราะห์มโนทัศน์ “ธรรมนาวา” ในฐานะอุปมานิทัศน์เชิงภววิทยา และเครื่องมือทางสัญศาสตร์ ภายในโครงสร้างพุทธปรัชญาเถรวาท โดยก้าวข้ามการตีความเชิงจริยธรรมแบบจารีตไปสู่การวิพากษ์สภาวะการเปลี่ยนผ่านทางจิตสำนึก ผลการวิจัยพบว่า “ธรรมนาวา” ทำหน้าที่เป็นระบบสัญญะที่บ่งบอกถึงสภาวะ “เครื่องมือทางญาณวิทยา” ที่มีลักษณะชั่วคราวและเป็นพลวัต ซึ่งปรากฏชัดในอุปมาเรื่องแพ ที่เน้นย้ำว่าธรรมะคือ “มรรค” หรือกระบวนการ มากกว่าจะเป็น “อัตตะ” หรือจุดหมายในตัวมันเอง การวิเคราะห์เชิงสัญศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า “เรือ” (ธรรมะ) คือจุดตัดเชิงโครงสร้าง ที่เชื่อมโยงระหว่างโลกแห่งปรากฏการณ์ (สังสารวัฏ) กับสภาวะแห่งความจริงสัมบูรณ์ (นิพพาน) โดยมีมิติเชิงภววิทยาที่ท้าทายสภาวะการมีอยู่ของตัวตนผ่านกระบวนการละวางเครื่องมือเมื่อบรรลุเป้าหมาย การสังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ในบทความนี้เสนอ “ตรรกะแห่งการนำพาด้วยปัญญา” เพื่อแสดงให้เห็นว่าอุปมานิทัศน์เรื่องเรือคือกลไกทางปัญญาที่ช่วยจัดการกับผัสสะและเจตจำนงในสภาวะการเปลี่ยนผ่าน ของจิตสำนึกได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งนับเป็นการยกระดับพุทธธรรมจากมิติของความเชื่อไปสู่มิติของปรัชญาวิเคราะห์ที่ร่วมสมัย</p>
2026-04-16T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปรัชญาอาศรม
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/8276
สถาปัตยกรรมแห่งการกล่อมเกลาตัวตน: การวิเคราะห์เชิงพุทธจริยศาสตร์ ว่าด้วยเทคโนโลยีของตนเองในมิติการเลี้ยงดูบุตร
2026-02-04T14:12:20+07:00
พระบุญชัย ปญฺญาธโร กันธะวัง
bunchai.kan@gmail.com
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อวิพากษ์และรื้อสร้างกระบวนทัศน์พื้นฐานเกี่ยวกับการเลี้ยงดูบุตรในสังคมร่วมสมัย โดยเปลี่ยนจุดเน้นจากการให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติหรือจริยธรรมเชิงจารีต ไปสู่การวิเคราะห์เชิงพุทธจริยศาสตร์ ว่าด้วยเทคโนโลยีของตนเอง ท่ามกลางวิกฤตการณ์แห่งอัตตาและความแตกหักทางภววิทยาที่เกิดขึ้นในสถาบันครอบครัวยุคเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรม <br />การศึกษานี้ประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดเครื่องมือนิยมเพื่อสำรวจกลไกการจัดระเบียบความปรารถนาและการสร้างตัวตนในพื้นที่ทางจริยธรรม ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าการเลี้ยงดูบุตรมิใช่เพียงภารกิจทางสัญชาตญาณเพื่อการสืบทอดเผ่าพันธุ์ ทว่าคือการแสดงสถาปัตยกรรมทางจิตสำนึกที่มุ่งหมายจะสถาปนาเสรีภาพภายในมากกว่าการใช้ความรุนแรงเชิงบรรทัดฐาน หรือการบังคับควบคุมทางพฤติกรรมในรูปแบบเดิม<br />ข้อค้นพบคือ การประยุกต์ใช้หลักทิศหกและพรหมวิหารสี่ทำหน้าที่เป็นปฏิบัติการทางจริยศาสตร์ที่ซับซ้อนในการจัดการพื้นที่ว่างระหว่างความผูกพันและการปล่อยวาง ซึ่งกลไกนี้ช่วยให้มนุษย์ในฐานะประธานแห่งการเปลี่ยนผ่าน สามารถก้าวพ้นสภาวะรอยต่อเชิงภววิทยาในช่วงวัยรุ่นได้อย่างมีเสถียรภาพ นำไปสู่การสังเคราะห์องค์ความรู้ในฐานะต้นแบบสถาปัตยกรรมทางจิตสำนึกสำหรับการเลี้ยงดูบุตรอย่างตื่นรู้ อันเป็นการเปลี่ยนผ่านสภาวะของผู้ปกครองจากสถานะผู้ผลิตตัวตนหรือผู้บงการชีวิต ไปสู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวกเชิงภววิทยาและผู้สร้างเงื่อนไขแห่งอธิปไตยทางปัญญา จึงเป็นเน้นย้ำว่าการกล่อมเกลาที่สมบูรณ์คือชัยชนะของปัญญาเหนือตัณหา ซึ่งทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญของสุขภาวะที่ยั่งยืนและการมีเสรีภาพทางภววิทยาอย่างแท้จริงในโลกยุคหลังมนุษยนิยม</p>
2026-04-18T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปรัชญาอาศรม
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/8493
พุทธปรัชญาบนพรมแดนอวกาศ: การวิเคราะห์เชิงภววิทยาว่าด้วยการดำรงอยู่และจริยศาสตร์สากลในมิติหลังมนุษยนิยม
2026-02-20T15:14:01+07:00
พระธีรพล ณฏฺฐิโก บัวทอง
benedit8263@gmail.com
<p>บทความนี้วิพากษ์และรื้อสร้างกระบวนทัศน์การขยายอารยธรรมมนุษย์สู่อวกาศ โดยเปลี่ยนจุดเน้นจากมิติเทคนิควิทยาไปสู่การวิเคราะห์เชิงภววิทยาว่าด้วยสภาวะการดำรงอยู่บนพรมแดนใหม่ที่ไร้นิเวศวิทยาโลกคอยเกื้อหนุน การศึกษาประยุกต์ใช้กรอบจริยศาสตร์อวกาศและเครื่องมือนิยมเพื่อสำรวจวิกฤตการณ์แห่งอัตตา พบว่าการตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์ก่อให้เกิดสภาวะรอยต่อเชิงภววิทยาที่ส่งผลสั่นคลอนมโนทัศน์อัตตาธิปไตยแบบเดิม ในบริบทนี้ พุทธปรัชญาถูกนำเสนอในฐานะเทคโนโลยีทางปัญญาขั้นสูงที่ทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงหน้าที่ในการจัดการโครงสร้างผัสสะและจัดระเบียบวินัยแห่งจิตภายใต้สภาวะบีบคั้นรุนแรงในพื้นที่สุญญากาศ</p> <p>ข้อค้นพบสำคัญระบุว่าหลักปฏิจจสมุปบาทเป็นยุทธศาสตร์เชิงตรรกะในการรักษาเสถียรภาพทางจิตวิญญาณของผู้เปลี่ยนผ่านเชิงเผ่าพันธุ์ ช่วยให้มนุษย์ตีความความสัมพันธ์ระหว่างตัวตนและสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างเป็นระบบ นำไปสู่การสังเคราะห์ข้อเสนอต้นแบบตรรกะแห่งการนำพาเพื่ออิสรภาพทางปัญญาในอวกาศ ซึ่งนวัตกรรมนี้จะเป็นรากฐานในการเปลี่ยนสถานะมนุษย์จากการเป็นผู้รุกรานเชิงอาณานิคม ไปสู่การดำรงอยู่ด้วยสติปัญญาที่เป็นสากลและยืดหยุ่นสูง บทสรุปเน้นย้ำความจำเป็นในการข้ามพ้นข้อจำกัดของมนุษยนิยมแบบเก่า เพื่อสถาปนาอารยธรรมอวกาศที่ยึดโยงกับความจริงแท้เชิงภววิทยาและเสรีภาพภายในในจักรวาลวิทยาอุบัติใหม่</p>
2026-04-18T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปรัชญาอาศรม
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/8475
ภาวะผู้นำเชิงศีลธรรมของพระอุปัชฌาย์ในยุคดิจิทัล: การวิเคราะห์เชิงพุทธปรัชญาว่าด้วยอำนาจ การกำกับดูแล และความรับผิดชอบ
2026-02-20T15:11:01+07:00
พระมหารัชชานนท์ สาสนกิตติ คำแสน
greenratchanon22@gmail.com
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิพากษ์และรื้อสร้างกระบวนทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของพระอุปัชฌาย์ในบริบทสังคมดิจิทัล โดยเปลี่ยนจุดเน้นจากการบรรยายหน้าที่เชิงบริหารจัดการตามจารีต ไปสู่การวิเคราะห์เชิงพุทธปรัชญา ว่าด้วยกลไกการผลิตสร้างตัวตน ท่ามกลางวิกฤตการณ์แห่งอำนาจเชิงศีลธรรมและความลื่นไหลของอัตลักษณ์บนโลกออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะการมีอยู่ของสมณเพศ การศึกษานี้ประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดเทคโนโลยีของตนเองเพื่อสำรวจปฏิบัติการของพระอุปัชฌาย์ในการเป็นผู้พิทักษ์พื้นที่ทางจริยธรรม ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าพระอุปัชฌาย์มิได้ทำหน้าที่เพียงผู้คัดกรองกุลบุตรเข้าสู่ระบบนิเวศของสงฆ์ ทว่าคือผู้อำนวยการจัดการความรู้เชิงภววิทยาที่ต้องบริหารจัดการสภาวะรอยต่อระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและโลกเสมือน เพื่อป้องกันภาวะจำยอมทางปัญญาที่อาจเกิดขึ้นจากการเสพติดสื่อดิจิทัล</p> <p>ข้อค้นพบคือการประยุกต์ใช้พระวินัยในฐานะระบบปฏิบัติการดิจิทัลทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบความปรารถนาผ่านกระบวนการชี้แนะและการเฝ้าสังเกตการณ์เชิงสร้างสรรค์ นำไปสู่การสังเคราะห์องค์ความรู้ในฐานะต้นแบบตรรกะแห่งการนำพาเชิงจริยธรรมดิจิทัล ซึ่งนวัตกรรมทางความคิดนี้จะทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญในการสถาปนาอธิปไตยทางปัญญาให้แก่พระนวกะ ช่วยให้สามารถดำรงตนอยู่เหนือกระแสบริโภคนิยมทางข้อมูลข่าวสารได้อย่างมีเสถียรภาพ บทสรุปของบทความเน้นย้ำว่าการสถาปนาภาวะผู้นำเชิงศีลธรรมของพระอุปัชฌาย์คือการสร้างสถาปัตยกรรมทางปัญญาที่เปลี่ยนผ่านสภาวะจากการใช้อำนาจบังคับเชิงบรรทัดฐาน ไปสู่การสร้างเงื่อนไขแห่งเสรีภาพภายใต้ระเบียบวินัย อันเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความศักดิ์สิทธิ์และความยั่งยืนของสถาบันสงฆ์ในมิติหลังมนุษยนิยม</p>
2026-04-18T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปรัชญาอาศรม
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/8547
ความงามกับความดีในศิลปะการแสดงโขนเงาพรหมจักร: การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบระหว่างสุนทรียศาสตร์ของคานท์ และหลักบารมีในพุทธปรัชญา
2026-03-01T18:09:33+07:00
วิรสันต์ วิรุฬห์สกุลภิบาล
wirasant_wir@cmru.ac.th
<p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์แนวคิดเรื่อง “ความงามแบบไร้ผลประโยชน์” ในสุนทรียศาสตร์ของอิมมานูเอล คานท์ และเปรียบเทียบกับหลักบารมีในพุทธปรัชญาเถรวาทซึ่งอธิบายความดีเชิงคุณธรรม และ 2) ศึกษาว่าศิลปะการแสดงโขนเงาเรื่องพรหมจักรสามารถสะท้อนหรือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างความงามและความดีได้อย่างไร งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิเคราะห์เอกสารทางปรัชญา ควบคู่กับการวิเคราะห์กรณีศึกษาศิลปะการแสดงโขนเงาพรหมจักรในฐานะพื้นที่ทางสุนทรียะร่วมสมัย</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า แม้แนวคิดสุนทรียศาสตร์ของคานท์จะเน้นความงามในฐานะประสบการณ์ที่ไม่ขึ้นกับผลประโยชน์หรือจุดมุ่งหมายทางศีลธรรมโดยตรง แต่ในบริบทของศิลปะการแสดงที่มีรากฐานจากวรรณกรรมชาดกพุทธ ความงามสามารถทำหน้าที่เป็นเงื่อนไขเชิงสุนทรียะที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตระหนักและใคร่ครวญถึงคุณค่าทางศีลธรรมได้อย่างเสรี กล่าวอีกนัยหนึ่ง ศิลปะการแสดงโขนเงาพรหมจักรสะท้อนความเป็นไปได้ของการประสานกันระหว่าง “ความงาม” และ “ความดี” โดยไม่ทำให้ศิลปะกลายเป็นเพียงเครื่องมือทางศีลธรรม หากแต่ทำให้ความงามทำหน้าที่เป็นสื่อกลางแห่งการใคร่ครวญทางจริยธรรม งานวิจัยนี้จึงช่วยขยายบทสนทนาทางปรัชญาระหว่างสุนทรียศาสตร์ตะวันตกและพุทธปรัชญาในบริบทศิลปะการแสดงไทยร่วมสมัย</p>
2026-04-03T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปรัชญาอาศรม
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jpar/article/view/7307
การวิเคราะห์ทางปรัชญาของหลักวิกาลโภชนา ในพระพุทธศาสนาเถรวาท
2025-09-20T22:56:29+07:00
สิตาพร มีรักษ์
sita_102@hotmail.com
<p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาหลักวิกาลโภชนาในพระพุทธศาสนาเถรวาทจากคัมภีร์พระไตรปิฎกและอรรถกถา 2) วิเคราะห์ความหมายและคุณค่าของหลักวิกาลโภชนาในมิติของการดำรงชีวิตและสุขภาวะของพระสงฆ์ และ 3) สังเคราะห์หลักวิกาลโภชนาในฐานะข้อเสนอเชิงปรัชญาว่าด้วยการควบคุมตนเองและการจัดระเบียบความปรารถนา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร โดยศึกษาข้อมูลจากพระไตรปิฎก อรรถกถา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและตีความในกรอบแนวคิดทางพุทธปรัชญาและจริยศาสตร์</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า หลักวิกาลโภชนา มิได้เป็นเพียงข้อกำหนดทางพระวินัยเกี่ยวกับเวลาในการบริโภคเท่านั้น หากแต่เป็นกระบวนการฝึกตนที่มุ่งควบคุมตัณหาและความยึดติดในกาย โดยการจำกัดช่วงเวลาแห่งการบริโภคได้ทำหน้าที่เป็นกลไกของการสร้างวินัยภายใน อันนำไปสู่การลดทอนอำนาจของความอยากและการพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติของกายและจิต ทั้งยังสามารถตีความได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของจริยศาสตร์เชิงคุณธรรมที่เน้นความพอดีและความยับยั้งชั่งใจ</p>
2026-04-03T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปรัชญาอาศรม