https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JISSE/issue/feedวารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการศึกษา2026-03-25T19:39:24+07:00ดร.ศิวาพัชญ์ บำรุงเศรษฐพงษ์siwapatb@gmail.comOpen Journal Systems<p><strong>"วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการศึกษา" </strong>เป็นวารสารสำหรับการเผยแพร่ผลงานวิชาการและผลงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ของคณาจารย์ นักวิชาการ นิสิต นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป โดยแขนงวิชาที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นผลงานในเชิงบูรณาการด้านสหวิทยาการ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมวิทยา การพัฒนาชุมชน การพัฒนาสังคม นิติศาสตร์ การจัดการ บริหารธุรกิจ การศึกษา การบริหารการศึกษา และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทางสังคมศาสตร์</p> <p><strong>กำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่</strong><strong><br /></strong> กำหนดออกวารสารปีละ 3 ฉบับ ดังนี้</p> <ul> <li>ฉบับที่ 1 (มกราคม –เมษายน)</li> <li>ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม)</li> <li>ฉบับที่ 3 (กันยายน – ธันวาคม)</li> </ul>https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JISSE/article/view/6558บทบาทของผู้บริหารการศึกษาเพื่อการขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา2025-06-30T07:59:20+07:00ธรรศญา หล่าอุดมballoontadsaya@gmail.com<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์บทบาทของผู้บริหารการศึกษาในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเน้นความสำคัญของการปรับตัวของระบบการศึกษาในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารการศึกษามีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง วางแผนกลยุทธ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการนำนวัตกรรมไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ บทความวิชาการนี้ผู้เขียนจะนำเสนอ 1) แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารการศึกษา 2) นวัตกรรมเชิงกลยุทธ์ และ <strong><br /></strong>3) บทบาทของผู้บริหารในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์ องค์ความรู้จากบทความนี้ชี้ให้เห็นว่า บทบาทของผู้บริหารการศึกษากับการขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตั้งแต่การกำหนดทิศทางและสร้างวิสัยทัศน์ การวางแผนและออกแบบกลยุทธ์ การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก การสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการมีส่วนร่วมการประสานงานและสร้างเครือข่ายไปจนถึงการติดตามประเมินผลและปรับปรุงพัฒนา และการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารให้สามารถปฏิบัติบทบาทเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน</p>2026-03-25T00:00:00+07:00ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการศึกษาhttps://so09.tci-thaijo.org/index.php/JISSE/article/view/6585กรอบแนวคิดเติบโต และกรอบแนวคิดมุ่งเน้นผู้อื่น รากฐานการพัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน2025-06-24T15:17:32+07:00สุชาติ คุ้มสุทธิ์suchart.k@dru.ac.thนีรนาท จุลเนียมSuchart.k@dru.ac.th<p>แนวคิดของกรอบแนวคิดเติบโต (Growth Mindset) ซึ่งเป็นกรอบความคิดที่เน้นย้ำถึงความเชื่อที่ว่าความสามารถและสติปัญญาสามารถพัฒนาได้ผ่านการอุทิศตนและการทำงานหนัก ตรงกันข้ามกับ กรอบความคิดแบบยึดติด (Fixed Mindset) ที่มองว่าความสามารถเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จากการศึกษาประเด็นดังกล่าวนี้ได้สัมภาษณ์บุคคลจากหลากหลายสาขาอาชีพเพื่อทำความเข้าใจว่า กรอบแนวคิดเติบโต (Growth Mindset) มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ ความยืดหยุ่น และความสำเร็จส่วนบุคคลอย่างไร ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการปลูกฝัง กรอบแนวคิดเติบโต (Growth Mindset) ส่งเสริมให้บุคคลมองความท้าทายเป็นโอกาสในการเติบโต แทนที่จะเป็นอุปสรรค นำไปสู่การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น การค้นพบนี้มีนัยยะสำคัญต่อการศึกษา การพัฒนาบุคลากร และการส่งเสริมวัฒนธรรมที่เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำหรับ กรอบแนวคิดมุ่งเน้นผู้อื่น (Outward Mindset) ซึ่งเป็นกรอบความคิดที่บุคคลให้ความสำคัญกับความต้องการ ความท้าทาย และเป้าหมายของผู้อื่นพอๆ กับของตนเอง การศึกษานี้แตกต่างจากกรอบแนวคิดมุ่งเน้นตนเอง (Inward Mindset) ที่บุคคลมักจะมองสถานการณ์จากมุมมองของตนเองเป็นหลัก ซึ่งได้มีการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบของกรอบแนวคิดมุ่งเน้นผู้อื่น (Outward Mindset) ต่อพลวัตของทีม ประสิทธิภาพการทำงาน และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในสภาพแวดล้อมองค์กร ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าทีมที่มีสมาชิกที่แสดง กรอบแนวคิดมุ่งเน้นผู้อื่น (Outward Mindset) มีแนวโน้มที่จะทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น แก้ปัญหาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสนับสนุนและความเข้าใจซึ่งกันและกัน การค้นพบนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนา กรอบแนวคิดมุ่งเน้นผู้อื่น (Outward Mindset) ในการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและส่งเสริมความสำเร็จร่วมกันในทุกบริบทของชีวิต</p>2026-03-25T00:00:00+07:00ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการศึกษาhttps://so09.tci-thaijo.org/index.php/JISSE/article/view/6741การขับเคลื่อนสภานักเรียนที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนผ่านกระบวนการทำงาน TR-COUNCIL Modelของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๒ (บ้านเกาะเต่า)2025-07-26T19:30:13+07:00วรพล ศรีเทพworapol.srithep@hotmail.comอุไรวรรณ จันทร์คล้ายworapol.sri@hotmail.com<p>บทความนี้นำเสนอแนวคิดและการประยุกต์ใช้ TR-COUNCIL Model ในการขับเคลื่อนสภานักเรียน ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๒ (บ้านเกาะเต่า)โดยใช้กรอบแนวคิดทางทฤษฎีระบบเป็นพื้นฐานสำคัญในการบูรณาการปัจจัยนำเข้าหลากหลาย ได้แก่ บุคลากร ทรัพยากร งบประมาณ วัฒนธรรมท้องถิ่น และเทคโนโลยี ผ่านกระบวนการทำงานที่เน้นความร่วมมือ การสื่อสารที่โปร่งใส และการสร้างนวัตกรรมอย่างมีระบบและต่อเนื่อง ผลที่ได้คือการริเริ่มกิจกรรมและโครงการที่สะท้อนถึงความมีส่วนร่วมและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำ การปลูกฝังวัฒนธรรมประชาธิปไตยในโรงเรียน และการเชื่อมโยงกับชุมชนเพื่อความยั่งยืน บทความนี้จึงเสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการบริหารจัดการสภานักเรียนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับสถานศึกษาและสังคมโดยรวม</p>2026-03-25T00:00:00+07:00ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการศึกษาhttps://so09.tci-thaijo.org/index.php/JISSE/article/view/6871การขับเคลื่อนโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกการนิเทศ 2025-07-09T18:02:26+07:00ปรางวไล ชูหนูsuntaree@tsu.ac.thสุนทรี วรรณไพเราะsuntaree@tsu.ac.th<p>ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และปัญหาขยะมูลฝอย ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ระบบการศึกษามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ระดับเยาวชน บทความนี้เป็นการศึกษาเอกสารและทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนงานโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา โดยใช้กรอบแนวคิดการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบควบคู่ไปกับกลไกการนิเทศที่มีประสิทธิผล เพื่อสนับสนุนการพัฒนานโยบาย การจัดการเรียนรู้ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ความสำเร็จในการดำเนินงานโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาอยู่ที่การบูรณาการแนวคิดการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ ครอบคลุมด้านหลักสูตร การบริหารจัดการทรัพยากร การสร้างความร่วมมือ และการประเมินผลที่เป็นระบบ กลไกการนิเทศเชิงพัฒนาที่สนับสนุนโดยศึกษานิเทศก์ในฐานะที่ปรึกษาและผู้ประสานงาน มีบทบาทสำคัญในการติดตามผล ปรับปรุง และสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็งและสามารถนำไปปฏิบัติจริง องค์ความรู้ที่ได้จากบทความนี้สามารถนำไปใช้พัฒนานโยบาย การออกแบบหลักสูตร รวมถึงการขยายเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและส่งเสริมการเป็นพลเมืองที่ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมในระยะยาว</p>2026-03-25T00:00:00+07:00ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการศึกษาhttps://so09.tci-thaijo.org/index.php/JISSE/article/view/6931PREVALENCE OF ACADEMIC ANXIETY AND ITS IMPACT ON FUTURE ORIENTATION AMONG HIGH SCHOOL STUDENTS IN THAILAND: THE ROLE OF ACADEMIC PROGRAMS AND SCHOOL CLIMATE INFLUENCES2025-08-03T07:55:12+07:00Nicharee Imjainichareeimjai@gmail.comSarayoot Viriyakunanantnichareeimjai@gmail.comKunyanach Jewhanangnichareeimjai@gmail.com<p>Anxiety related to academic performance and future orientation is a prevalent issue among high school students in the context of competitive university admissions. This study aims to investigate the prevalence of academic anxiety and its impact on future orientation among high school students in Chiang Mai, Thailand. This study is quantitative research. A cross-sectional survey was conducted among 204 high school students aged 15-18 from a local government school in Chiang Mai, Thailand. The purposive sampling method was used to target high school students. A questionnaire was used as the research instrument. Data were collected using an online questionnaire. Statistical analyses including multiple regression analysis were used to examine the relationship between academic anxiety, environmental context, and future orientation with value of (Coefficient of Determination = .566). The findings revealed that the prevalence of academic anxiety and its impact on future orientation among high school students in Chiang Mai, Thailand with the highest score of 3.60 (SD = 0.64). It indicates students are relatively anxious about their academic future as well as the environmental context and academic anxiety impact on future orientation with a score of 3.17 (SD = 0.69) and 2.96 (SD = 0.65) accordingly. Furthermore, the results imply that environmental context has a strongly significant impact on future orientation (Standardized Coefficient = .390, p < .001) indicating that a supportive environment can support students’ future orientation. Academic anxiety also had a positive significant impact on future orientation (Standardized Coefficient = .244, p < .001). In order to alleviate anxiety and support students in achieving their academic and future goals, the solution is to implement teacher training, and counseling services focused on university majors directly related to future careers.</p>2026-03-25T00:00:00+07:00ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการศึกษา