https://so09.tci-thaijo.org/index.php/EAIJ/issue/feed วารสารวิชาการนวัตกรรมการบริหารการศึกษา 2026-03-31T16:05:13+07:00 ดร.อำนวย บุญรัตนไมตรี Amnuay.t1964@gmail.com Open Journal Systems <p> </p> <p>ISSN : 3027-8511 (Print)</p> <p>ISSN : 3027-8570 (Online) </p> <p>วารสารวิชาการนวัตกรรมการบริหารการศึกษา จะตีพิมพ์บทความที่เกี่ยวข้องกับด้านนวัตกรรมการบริหารการศึกษา ที่ครอบคลุมการศึกษาในระบบ การวิจัยและประเมินผลทางการศึกษา นวัตกรรมหลักสูตรและการสอน นวัตกรรมการเรียนรู้ และเทคโนโลยีการศึกษา ทุกระดับ และทุกประเภทการศึกษา เช่น การศึกษาขั้นพื้นฐาน การอาชีวศึกษา และการอุดมศึกษา </p> <p> </p> https://so09.tci-thaijo.org/index.php/EAIJ/article/view/7709 รูปแบบการบริหารโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฐานนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะนวัตกรของนักเรียนมัธยมศึกษา 2026-02-25T10:17:26+07:00 เมฆา ดีสงคราม krumakskr@gmail.com <p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ คือ 1) พัฒนารูปแบบการบริหารโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฐานนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะนวัตกรของนักเรียนมัธยมศึกษา 2) จัดทำแนวทางการประยุกต์ใช้รูปแบบในบริบทการศึกษาที่หลากหลาย 3) สร้างรูปแบบที่ครอบคลุมการพัฒนาทักษะนวัตกรศตวรรษที่ 21 และ 4) ประเมินความเหมาะสมของรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญให้อยู่ในระดับ “ดี” ขึ้นไป การวิจัยเป็นแบบวิจัยและพัฒนา โดยใช้แนวคิดการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ฐานโครงงาน การเรียนรู้ฐานนวัตกรรม และทฤษฎีทักษะนวัตกรศตวรรษที่ 21 เป็นกรอบแนวคิด แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ (1) การพัฒนารูปแบบจากการวิเคราะห์เอกสาร 40 ฉบับ (พ.ศ. 2558–2567) และ (2) การประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ ผู้ให้ข้อมูลหลักคือผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ครอบคลุมด้านการบริหารจัดการ การประเมินผล และการศึกษาฐานนวัตกรรม เครื่องมือวิจัยได้แก่ 1) แบบบันทึกการวิเคราะห์เอกสาร และ 2) แบบสอบถามความเหมาะสมของรูปแบบ มาตราส่วน 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ส่วน ได้แก่ การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ฐานโครงงาน 8 องค์ประกอบ และกระบวนการเรียนรู้ฐานนวัตกรรม 8 องค์ประกอบ รวมถึงทักษะนวัตกร 5 ด้าน (2) ผลการประเมินความเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่ารูปแบบมีความเหมาะสมในระดับสูงสุด ( = 4.68, S.D. = 0.52) โดยองค์ประกอบการเรียนรู้ฐานนวัตกรรมได้รับการประเมินสูงสุด ( = 5.00, S.D. = 0.00) (3) รูปแบบสามารถปรับใช้ในบริบทที่หลากหลายได้อย่างยืดหยุ่น และ (4) รูปแบบสามารถส่งเสริมทักษะนวัตกรของนักเรียนได้อย่างครอบคลุมทั้งความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา การทำงานร่วมกันและการสื่อสาร นวัตกรรมดิจิทัล และความรับผิดชอบต่อสังคม สอดคล้องกับแนวทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21</p> 2026-03-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการนวัตกรรมการบริหารการศึกษา https://so09.tci-thaijo.org/index.php/EAIJ/article/view/8341 การกำกับดูแลเชิงกลยุทธ์และความเป็นเลิศของหลักสูตรนักบินพาณิชย์ แบบจำลองเชิงสาเหตุเพื่อการพัฒนานโยบายการศึกษาการบิน 2026-02-25T10:39:03+07:00 ณัฐกรานต์ ไชยหาวงศ์ nattakarn@catc.or.th จรียากรณ์ หวังศุภกิจโกศล zongkran@gmail.com จตุรพัฒน์ ทรายคำ zongkran@gmail.com <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการจัดแนวหลักสูตรระหว่างกรอบสมรรถนะ ICAO Competency-Based Training and Assessment (ICAO CBTA) และกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (Thailand Qualifications Framework: TQF) ในบริบทหลักสูตรนักบินพาณิชย์ระดับปริญญาตรี 2) เพื่อพัฒนาและทดสอบแบบจำลองเชิงสาเหตุของการกำกับดูแลเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อความเป็นเลิศของหลักสูตรนักบินพาณิชย์ และ 3) เพื่อเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาการศึกษาการบินบนฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แนวคิดการกำกับดูแลเชิงกลยุทธ์ร่วมกับกรอบ ICAO CBTA และ TQF เป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัยคือหน่วยงาน/สถาบันที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและดำเนินหลักสูตรการบินในระดับอุดมศึกษา กลุ่มตัวอย่างคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการจัดการหลักสูตรการบิน จำนวน 407 คน ใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 1 ชนิด คือแบบสอบถาม ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ รวม 29 ตัวแปรสังเกตได้ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน และแบบจำลองสมการโครงสร้าง (SEM)</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) แบบจำลองมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ในระดับดีมาก (χ²/df = 1.85, CFI = 0.97, RMSEA = 0.041) 2) แบบจำลองสามารถอธิบายความแปรปรวนของความเป็นเลิศของหลักสูตรได้สูง (R² = 0.83) และ 3) การจัดแนวหลักสูตร (Curriculum Alignment) มีอิทธิพลสูงสุดต่อความเป็นเลิศของหลักสูตร (β = 0.38) รองลงมาคือ การกำกับดูแลเชิงกลยุทธ์ (β = 0.31) การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (β = 0.27) และระบบประกันคุณภาพ (β = 0.25) องค์ความรู้จากงานวิจัยนี้สามารถใช้เป็นกรอบกำกับเชิงนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตนักบินและสร้างความสอดคล้องมาตรฐานอย่างเป็นระบบ.</p> 2026-03-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการนวัตกรรมการบริหารการศึกษา https://so09.tci-thaijo.org/index.php/EAIJ/article/view/8523 การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมมิฟิเคชัน วิชาคณิตศาสตร์เรื่อง เลขยกกำลัง เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2026-02-25T10:46:08+07:00 ไชวัฒน์ ทิพนา okmonlove1@gmail.com ภูบดี ไชยวงศ์ pchaiayawongs@gmail.com ทแกล้ว แกล้วกล้า narintra@reru.ac.th พิสิฐ พินิจสกุล Pisit_pinitsakul@hotmail.com ปิยะธิดา ชนะพันธ์ parada2527@reru.ac.th รัชนีเพ็ญ พลเยี่ยม R.Phonyiam@reru.ac.th นรินทรา มิ่งโอโล narintra@reru.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมมิฟิเคชัน วิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์มัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมมิฟิเคชัน ระหว่างก่อนและหลังเรียน 3) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมมิฟิเคชัน วิชาคณิตศาสตร์ มัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนเสนางคนิคม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 29 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ 12 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจ จำนวน 14 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) ค่าเฉลี่ย,ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบ t-test for Dependent Samples</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมมิฟิเคชันเรื่องเลขยกกำลัง วิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 76.05/76.90 ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์มัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมมิฟิเคชัน เรื่องเลขยกกำลัง หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ความพึงพอใจที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมมิฟิเคชัน เรื่องเลขยกกำลัง วิชาคณิตศาสตร์ มัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก (<strong> = </strong>4.24, S.D. = 0.73)</p> <p> </p> 2026-03-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการนวัตกรรมการบริหารการศึกษา https://so09.tci-thaijo.org/index.php/EAIJ/article/view/8518 การบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษายุคดิจิทัล 2026-02-25T10:44:14+07:00 เอกพล รัตนฉายา 68052511230@student.sru.ac.th ปิยาภรณ์ ชูคดี 68052511217@student.sru.ac.th สองศักดิ์ เพ็งบุญ 68052511226@student.sru.ac.th <p style="font-weight: 400;">ท่ามกลางพลวัตศตวรรษที่ 21 และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล หน่วยงานทางการศึกษาเผชิญความท้าทายจากสภาวะโลกาภิวัตน์ที่ส่งผลกระทบอย่างเป็นลูกโซ่ในทุกมิติ การยกระดับสู่องค์กรนวัตกรรมมาตรฐานสากลจึงจำเป็นต้องอาศัยการวางยุทธศาสตร์เชิงระบบและการบริหารจัดการที่เข้มแข็ง โดยมีบทบาทของ “ผู้นำเชิงรุก” (Proactive Leader) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศภายใต้หลักธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษายุคดิจิทัลถือเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์สำคัญตามแนวทางของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ช่วยสร้างหลักประกันในการคาดการณ์ ป้องกัน และลดทอนความเสียหายจากวิกฤตการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้องค์กรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด (Value for Money) และมุ่งสู่เป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2551) ให้มีทักษะสำคัญที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับสถานศึกษาท่ามกลางการแข่งขันในระดับนานาชาติ</p> 2026-03-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการนวัตกรรมการบริหารการศึกษา