https://so09.tci-thaijo.org/index.php/AJIM/issue/feed
วารสารวิชาการ นวัตกรรมการจัดการ
2025-12-30T20:50:06+07:00
Open Journal Systems
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/AJIM/article/view/8138
ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับการบริหารงานกิจการนักเรียนของผู้บริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์
2025-12-29T15:36:50+07:00
ธนิต พงษ์รอด
ponchita.laoi@rmutr.ac.th
<p>งานวิจัยนี่มวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อวิเคราะห์ระดับการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ (2) เพื่อวิเคราะห์ระดับการบริหารงานกิจการนักเรียนของผู้บริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ และ (3) เพื่อวิเคราะห์<br />ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับการบริหารงานกิจการนักเรียนของผู้บริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินการวิจัยโดยเก็บข้อมูลจากครูผู้สอนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 271 คน เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่า (1) ระดับของการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (2) ระดับ<br />การบริหารงานกิจการนักเรียนของผู้บริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ภาพรวมอยู่ในระดับมากและ (3) ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับการบริหารงานกิจการนักเรียนของผู้บริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาป ระจวบคีรีขันธ์ มีความสัมพันธ์อยู่ใน<br />ระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01</p> <p> </p>
2025-12-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ นวัตกรรมการจัดการ
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/AJIM/article/view/8139
การบริหารงานนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้กระบวนการแบบชี้แนะของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์
2025-12-29T15:38:00+07:00
วิภาดา หนูน้อย
pattanun.san@rmutr.ac.th
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาการบริหารงานนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้กระบวนการแบบชี้แนะ ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์(2) เพื่อเปรียบเทียบการบริหารงานนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้กระบวนการแบบชี้แนะ<br />จำแนกตามตัวแปร วิทยฐานะ ประสบการณ์การทำงาน และขนาดสถานศึกษา ดำเนินการวิจัยโดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 264 คน ได้แก่ ครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์โดยวิธี เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วย คำความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ผลการวิจัยประกอบด้วย(1) ด้านการบริหารงานนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้กระบวนการแบบชี้แนะ ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากและ (2) ด้านเปรียบเทียบการบริหารงานนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้กระบวนการแบบชี้แนะจำแนกตามตัวแปร วิทยฐานะ ประสบการณ์การทำงาน และขนาดสถานศึกษา พบว่า แตกต่างกัน</p> <p> </p> <p> </p>
2025-12-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ นวัตกรรมการจัดการ
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/AJIM/article/view/8140
การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการบริหารงานวิชาการของผู้บริหาร กับประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของครู สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดชุมพร
2025-12-30T19:03:29+07:00
จุรีพร ทวนทอง
pattanun.san@rmutr.ac.th
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาทักษะการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดชุมพร (2) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของครูสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดชุมพร (3) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการบริหารงานวิชาการของ<br />ผู้บริหารกับประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของครู สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดชุมพร โดยจำแนกตามตำแหน่ง ระดับการศึกษา ประสบการณ์การทำงานวิทยฐานะ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 174 คน ได้แก่ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ และครู สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดชุมพร เก็บรวบรวม<br />ข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม สถิติที่ใชในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าที และมีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นทุกด้านจากข้อมูลจริงทั้งฉบับเท่ากับ .80 ผลการวิจัย(1) ทักษะการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา พบว่า โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก<br />ที่สุด ผลการวิจัย (2) ประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของครู พบว่า โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก ผลการวิจัย (3) ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของครู พบว่า โดยภาพรวม มีความสัมพันธ์กันอยู่ในระดับสูงมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01</p>
2025-12-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ นวัตกรรมการจัดการ
https://so09.tci-thaijo.org/index.php/AJIM/article/view/8141
ความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานเป็นทีมกับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในจังหวัดชุมพร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร
2025-12-29T15:39:46+07:00
ประภาภรณ์ องอาจ
ponchita.laoi@rmutr.ac.th
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อวิเคราะห์ระดับการทำงานเป็นทีมของสถานศึกษาในจังหวัดชุมพรสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร (2) เพื่อวิเคราะห์ระดับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในจังหวัดชุมพร สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพี<sup>1</sup>นทีการศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร (3) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานเป็นทีมกับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในจังหวัดชุมพร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร กลุ่มตัวอย่างที่ใชในการวิจัยครั้งนี้คือ ผับริหารสถานศึกษาและครู ในจังหวัดชุมพร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ปีการศึกษา 2567 จำนวน 289 คน เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิตที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่า(1) ระดับการทำงานเป็นทีมของสถานศึกษาในจังหวัดชุมพร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (2) ระดับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในจังหวัดชุมพร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากและ (3) ความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานเป็นทีมกับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในจังหวัดชุมพรสังกัดสำนักงานเขตพี<sup>1</sup>นทีการศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร มีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสุงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01</p>
2025-12-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ นวัตกรรมการจัดการ